สร้างจุดต่างนักนิเทศฯป้อนตลาดยุคดิจิตอล

สร้างจุดต่างนักนิเทศฯป้อนตลาดยุคดิจิตอล

สร้างจุดต่างนักนิเทศฯป้อนตลาดยุคดิจิตอล


ม.ศรีปทุม ประเดิมปั้นนักศึกษาสู่นักข่าวมืออาชีพ รุกกระแสดิจิตอล หวังใช้เป็นเครื่องมือสื่อสารใหม่อย่างครบวงจร ย้ำโลกดิจิตอล นักข่าวต้องพัฒนาคความสามารถด้านเทคโนโลยีควบกับรู้เท่าทันสถานการณ์ และเลือกใช้เครื่องมือทันสมัย...

จากการเล็งเห็นความสำคัญของวิวัฒนาการด้านคอมพิวเตอร์ ทำให้วันนี้สถาบันการศึกษาระดับอุดมศึกษาหลายแห่ง หันมาสนใจเทคโนโลยีมากขึ้น โดยมีจุดประสงค์เพื่อพัฒนาศักยภาพ นิสิต นักศึกษา ให้มีความรู้คู่กับโลกดิจิตอล และล่าสุด มหาวิทยาลัยศรีปทุม ก็ประเดิมขึ้นเป็นแห่งแรก

ผศ.ดร.กาญจนา มีศิลปวิกกัย คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ ม.ศรีปทุม กล่าวถึงแนวคิดในการสร้างนักนิเทศศาสตร์รุ่นใหม่ว่า มหาวิทยาลัยศรีปทุม เล็งเห็นว่าในปัจจุบัน ตลาดสาขาวิชาชีพด้านสื่อสารมวลชน? มีความต้องการบุคลากรที่มีคุณสมบัติเพิ่มมากขึ้นนอกเหนือจากความเป็นมืออาชีพที่มีความครบถ้วนทั้งด้านความรู้ในฐานะสื่อมวลชน

คณบดีคณะนิเทศศาสตร์ ม.ศรีปทุม ระบุต่อว่า นอกจากความรู้ ความเข้าใจ และมีภูมิคุ้มกันทางด้านสังคมเศรษฐกิจ การเมือง สังคมในโลกอินเทอร์เน็ต แล้วยังต้องรู้จักเครื่องมือการสื่อสารใหม่ๆ ทันสมัย เพื่อจะได้เลือกใช้เครื่องมือให้ตรงกับกลุ่มเป้าหมาย และเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้ให้กับผู้รับสาร ด้วยเครื่องมือ และเทคนิคใหม่ๆ ที่มีมาให้เรียนรู้เพิ่มเติมตลอดเวลา นับเป็นการสร้างบุคคลากรในแนวที่เรียกว่า อินเทอร์แอคทีฟ โดยจะสื่อสารกันด้วยภาษาที่ทันสมัย รวมถึงเพิ่มประสิทธิภาพการรับรู้ด้วยเทคนิคและวิธีการแบบใหม่ๆ จากการสื่อสารในยุคดิจิตอล

ผศ. ดร.กาญจนา ชี้แจงอีกว่า จากสภาพการเปลี่ยนแปลงของสังคม ทำให้ความต้องการของตลาดแรงงานที่เปลี่ยนไป จากเดิมที่สื่อมวลชนเป็นผู้เสาะแสวงหาข้อมูล และนำมาเรียบเรียงเพื่อป้อนให้กับผู้รับสารหรือประชาชนทั่วไป ต่อไปจะต้องรู้จักเทคนิคการจัดวางรูปเล่ม การออกแบบบนสื่อออนไลน์ เพื่อให้การนำเสนอเนื้อหามีการพัฒนาในรูปแบบที่หลากหลาย แต่ยังคงไว้ซึ่งความถูกต้อง แม่นยำ และน่าเชื่อถือ ด้วยเหตุนี้ จึงพัฒนาหลักสูตรวารสารสนเทศขึ้นมา โดยเชิญสื่อมวลชนอาวุโสหลายคน มาร่วมกับคณาจารย์จากม.ศรีปทุม แลกเปลี่ยน มุมมอง พร้อมให้ข้อเสนอแนะในการจัดทำหลักสูตร อันจะเป็นหลักสูตรที่ตรงกับความต้องการของตลาดอย่างแท้จริง

ด้าน อาจารย์จันทิกา สุภาพงษ์ หัวหน้าสาขาวิชาวารสารสนเทศ ม.ศรีปทุม กล่าวถึงรายละเอียดของความเหมือนและความต่างของหลักสูตร ที่เป็นองค์ประกอบสำคัญในการสร้างบุคลากร รองรับธุรกิจสื่อสารในยุคดิจิตอลว่า หลักสูตรวารสารสนเทศ สร้างขึ้นเพื่อรองรับความต้องการของสังคมข่าวสารยุคใหม่ และจัดการเนื้อหาข่าวได้อย่างครบวงจร

หน.สาขาวารสารสนเทศ ม.ศรีปทุม ระบุปัจจัยหลักที่ส่งผลให้นักข่าวต้องการความเปลี่ยนแปลงว่า ปัจจุบันผู้บริโภคหรือผู้อ่านข่าว มีสื่อหลากหลายด้านให้เลือกรับ ทั้งนี้ ผู้รับสารไม่หยุดเพียงสื่อเดียวหรือแนวความคิดเดียว และไม่เป็นเพียงผู้รับสารอีกต่อไป ผู้รับสารยังพร้อมที่จะค้นคว้าหาความจริงด้วยตนเองโดยเฉพาะ ขณะนื้ เทคโนโลยีของโลกเปลี่ยนแปลงไป อินเทอร์เน็ตมีบทบาทสำคัญในการสื่อสารมากขึ้น

อาจารย์จันทิกา อธิบายจุดเด่นหลักสูตร ด้วยว่า แตกต่างจากหลักสูตรนิเทศศาสตร์ หรือดิจิตอลมีเดียทั่วไป คือ รวมเอาศาสตร์ทั้งสองอย่างเข้าไว้ด้วยกัน ในส่วนผสมที่พอเหมาะสำหรับนักนิเทศศาสตร์ โดยเน้นความเข้มข้นในด้านของการศึกษาการเขียน การหาข่าว การรวบรวมข้อมูล เพื่อให้นักศึกษามีพื้นฐานที่ดีของการเป็นนักข่าว ขณะเดียวกันก็เสริมความสามารถทางด้านเทคโนโลยีที่เหมาะสมและทันสมัยเข้าไป อาทิ การใช้คอมพิวเตอร์ในการจัดหน้า การสร้างและดูแลเว็บไซต์ การทำกราฟฟิกที่เหมาะสมกับงานเขียน ทำให้นักศึกษาที่จบไปมีความพร้อมที่จะเข้าทำงานได้ทันที

ส่วนนายอาทิตย์ สุริยะวงศ์กุล ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารบนสื่อออนไลน์ มองว่า บุคลากรด้านสื่อสารมวลชน ต้องปรับตัวให้ทันกับเทคโนโลยีการสื่อสารใหม่ๆ อย่างสื่อดิจิตอลที่มีอิทธิพลต่อผู้รับข่าวสาร และการนำเสนอข่าวสารยังต้องสร้างความแตกต่างทางด้านคอนเทนต์ ทั้งนี้ ไม่ว่าใครก็สามารถใช้ เครื่องมือดิจิตอลใหม่ๆ เป็นช่องทางการสื่อสาร และความแตกต่างทางด้านคอนเทนต์จะเป็นสิ่งที่ทำให้นักสื่อสารมวลชนก้าวไปข้างหน้าอีกขั้นหนึ่ง

"ต้องเข้าใจก่อนว่า ยุคนี้เป็นยุคของโลกออนไลน์ ทุกคนใช้อินเทอร์เน็ตและเข้าถึงสื่อดิจิตอล ผู้รับสารเองพยายามเปรียบเทียบการสื่อสาร ไม่ว่าจะเป็น Read Only Internet และเว็บบล็อก ทำให้นักสื่อสารยุคใหม่ต้องมองให้กว้างขึ้น เข้าใจผู้รับสารยุคนี้ ไม่ได้อ่านอย่างเดียว หรือเสพข้อมูลที่ส่งมาให้เท่านั้น แต่สามารถเขียนโต้ตอบกลับมาได้ โดยผ่านเครื่องมือดิจิตอลที่เรียกว่า เว็บบล็อก"ผู้เชี่ยวชาญด้านการสื่อสารบนสื่อออนไลน์ กล่าว

นายอาทิตย์ แสดงทัศนะอีกว่า จุดเปลี่ยนของนักสื่อสารเดิมกับนักสื่อสารที่เรียกว่าพันธุ์ใหม่แตกต่างในเรื่องของเทคโนโลยีที่เปลี่ยนเร็ว อย่างไรก็ตาม เทคโนโลยีเหล่านี้กลายเป็นเครื่องมือสำคัญที่ใช้เป็นช่องทางการสื่อสาร การรู้เท่าทันเทคโนโลยีและสื่อใหม่จะทำให้ผู้ใช้ก้าวอีกขั้น การที่มหาวิทยาลัยศรีปทุมเปิดหลักสูตรใหม่เพื่อสร้างนักนิเทศศาสตร์แนวใหม่ เป็นการสร้างจุดเปลี่ยนให้กับวิชาชีพให้กับวงการ ให้เกิดมูลค่าเชิงลึก และเกิดประสิทธิภาพสูงสุด อันจะเป็นโอกาสที่ดีของบัณฑิตจบใหม่ในสายงานวิชาชีพสื่อสารมวลชน

นายปรเมศร์ มินศิริ กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ จำกัด เจ้าของเว็บไซต์กระปุกดอทคอม ชี้แจงว่า นักสื่อสารมวลชนที่เรียกว่าพันธุ์ใหม่มีความแตกต่างจากนักสื่อสารมวลชนแบบเดิม คือ คอนเทนต์และช่องทางในการส่งสารไปยังผู้รับสาร โดยเครื่องมือการสื่อสารใหม่ๆ ที่ใช้ส่งสารไปยังผู้รับสาร ไม่ว่าจะเป็นอินเทอร์เน็ต ดาวเทียม ระบบ 3 จี รวมถึงสื่อดิจิตอลต่าง ๆ จะถูกนำมาผสมผสานการใช้มีเดียทั้งสื่อดั้งเดิมและสื่อใหม่ให้เกิดบูรณาการสูงสุด

กก.ผจก. บ.บัณฑิต เซ็นเตอร์ ชี้แจงต่อว่า คอนเทนต์เป็นหัวใจสำคัญ จะเกิดขึ้นได้มาจากผู้บริโภค และจากแหล่งข่าวที่เกื้อหนุนกัน บูรณาการให้ตอบโจทย์ผู้รับสารได้สูงสุด ทั้งนี้ สิ่งที่นักนิเทศพันธุ์ใหม่ต้องจับตา คือพฤติกรรมของผู้เสพสื่อ เครื่องมือการสื่อสารแบบใด ประเภทใดที่เหมาะสมหรือสามารถเข้าถึงใจของผู้เสพข่าวสารได้ลึกซึ้งและดีที่สุด เพราะผู้บริโภคมีหลากหลาย และมีความเป็นเฉพาะตัวมากขึ้น นอกจากนี้ นักสื่อสารต้องมีการพิจารณา และวิเคราะห์ เพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายมากที่สุด

หากจะกล่าวว่า ไอที กับการศึกษาเป็นสิ่งที่ต้องอยู่ควบคู่กัน คงไม่ผิดนัก เพราะ เทคโนโลยี เป็นเรื่องที่เปลี่ยนแปลงอยู่ตลอดเวลา และการศึกษายังคงดำเนินอยู่ตลอดเวลาเช่นกัน ต่อให้ศึกษาจนจบหลักสูตรแล้ว ก็ไม่ได้แปลว่าเทคโนโลยีจะจะหยุดอยู่ที่เดิม

ดังนั้น การที่นักศึกษาจะเข้ามาเรียนรู้เพื่อต่อยอดพัฒนาความรู้ จึงนับว่าเป็นจุดเริ่มต้นที่ดี จากนี้ไป คงได้เห็นนักสื่อสารมวลชนที่มีคุณภาพ พร้อมทั้งจริยธรรมวิชาชีพ และความสามารถด้านเทคโนโลยีในวงการสื่อสารมวลชนต่อไป...
ดูดวง หมอดู ดวงรายวัน ดูดวงฟรี เนื้อคู่ ไพ่ยิปซี หมอดูแม่นๆ ดูดวงวันเกิด ทำนายรัก ดวงสมพงษ์ ไพ่ทาโรต์ ดวงรายสัปดาห์