กระทู้รายงานข่าวน้ำท่วม ข่าวช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ศูนย์พักผิงอพยพ ปี2554

กระทู้รายงานข่าวน้ำท่วม ข่าวช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม ศูนย์พักผิงอพยพ ปี2554

กระทู้รายงานข่าวน้ำท่วม ข่าวช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ศูนย์พักผิงอพยพ ปี 2554 ทั่วประเทศไทย

พนังแตกน้ำทะลัก แฉเรือชน ปากน้ำโพมิดทันที

ปูลุยดู-สั่งเร่งกู้ อยุธยายังวิกฤต สะพานปรีดีทรุด นนทบุรีจมแล้ว กั้น3จุดรอบกรุง



เร่งเคลียร์ - สะพานปรีดี-ธำรง ทางหลักเข้าเกาะเมืองอยุธยา กลายเป็นลานจอดรถลอยฟ้าหนีภัยน้ำท่วม ล่าสุดตรวจสอบพบว่าตอม่อเริ่มทรุดตัวแล้ว ตร.ต้องเร่งเคลียร์รถไปจอดที่จุดอื่น หวั่นพังลงมา ตามข่าว

พนังปากน้ำโพพัง น้ำทะลักท่วมเมือง ระดมกำลังอุดแต่ยังเอาไม่อยู่ร.พ.สวรรค์ประชารักษ์จม เร่งอพยพผู้ป่วย ปูบินด่วนลงพื้นที่ สั่งป้องเขตเศรษฐกิจเต็มที่ นนท์น้ำทะลักบางบัวทอง ผู้ว่าฯ เตรียมจุดอพยพ 104 จุด กทม.ระทึกเตรียม 10 จุด อพยพชาวบ้านนอกแนวกั้นน้ำ ศปภ.สั่งกั้น 3 จุด เมืองเอก-ตลิ่งชัน-รังสิต หวังป้องกรุง รถไฟฟ้าใต้ดินก็ตั้งแผงกันน้ำเพิ่ม แต่ยังให้บริการปกติ "อยุธยา"ยังอ่วม ขนย้าย ผู้ป่วยเพิ่ม ผอ.ร.พ.อยุธยา ปัดข่าวขนย้ายผู้ป่วยดับ 10 ราย เผยเป็นยอดสะสมและเป็นผู้ป่วยอาการหนัก โรจนะจมมิด คาดเสียหายกว่า 5 หมื่นล้านบาท เขื่อนใหญ่ลดระบายน้ำลงแล้ว "มาร์ค"จี้รัฐบาลประกาศภาวะฉุกเฉินช่วยน้ำท่วม กกต.แก้ระเบียบเงินบริจาคให้นักการเมืองบริจาคได้ไม่เกิน 3 แสน พรรคการเมืองให้ได้ 3 ล้าน แต่ต้องเอามารวมในการใช้จ่ายเลือกตั้งครั้งหน้า ค่ายมือถือพร้อมใจยืดเวลาค้างชำระ ช่วยคนน้ำท่วม

"ปู"คอนเฟอเรนซ์น้ำท่วม

เวลา 09.00 น. วันที่ 10 ต.ค. ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ดอน เมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ร่วมประชุมกับคณะรัฐมนตรีและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการแก้ไขปัญหาน้ำท่วม โดยรับฟังการบรรยายสรุปจากพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. และหารือถึงมาตรการรับมือและการป้องกันจากทุกหน่วยงาน โดยได้วิดีโอคอนเฟอเรนซ์ไปยัง 10 จังหวัดที่ประสบปัญหา โดยพล.ต.อ.ประชาระบุว่า พายุลูกใหม่จะพาดผ่านเข้ามาในประเทศไทยระหว่างวันที่ 13-17 ต.ค. ซึ่งพื้นที่จ.พระนครศรีอยุธยา ที่อ.บางไทร ฟาร์มจระเข้ที่มีอยู่ 600 ตัว น้ำเกือบถึงขอบสระ ต้องติดต่อพล.ท.อุดมเดช สีตบุตร แม่ทัพภาค 1 ส่งกำลังทหารเข้ากู้สถานการณ์แล้ว

สั่งบูรณาการข่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายกฯ ได้เน้นย้ำในที่ประชุมว่าสถานการณ์ที่เกิดขึ้นควรชี้แจงและรายงานให้ประชาชนและสื่อมวลชนทราบข้อเท็จจริง ไม่ใช่ให้เกิดความตื่นตระหนก แต่จะได้เตรียมป้องกันได้ ซึ่งการทำงานที่ผ่านมาของศปภ.แม้ทุกฝ่ายจะทำงานเต็มที่ แต่ข้อมูลที่สื่อได้รับยังเป็นในลักษณะคนละทิศทาง จึงอยากขอให้ศปภ.ให้ข้อมูลข่าวสารวันละ 3 รอบ รอบเช้าแถลงตอน 10.00 น. รอบเย็นเวลา 16.00 น. และรอบสุดท้ายคือรอบที่สรุปทั้งหมดคือ 23.00 น.ของทุกวัน เพื่อสื่อจะใช้เสนอข่าวรอบเช้าตอน 07.00 น. แต่ระหว่างช่วงเวลาหากมีเหตุการณ์สามารถขอความร่วมมือจากสื่อโทรทัศน์ตัดเข้ารายการได้ ทั้งนี้ กรมอุตุนิยม วิทยารายงานถึงพายุลูกใหม่ว่า จะเคลื่อนตัวผ่านฟิลิปปินส์ในวันที่ 13 ต.ค. และลงสู่ทะเลจีนในวันที่ 14 ต.ค. ทำให้ตอนบนของประเทศมีอากาศเย็น แต่จะไม่มีผลโดยตรงกับไทย

เร่งอพยพคนจากพื้นที่

จากนั้นเวลา 09.45 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์แถลงภายหลังการประชุมว่า ที่จ.ลพบุรี ใช้ค่ายทหาร 9 ค่าย รองรับประชาชน 5.7 หมื่นคน โดยเบื้องต้นมีประชาชนอพยพเข้าไปอยู่ 3 หมื่นคนแล้ว ส่วนจ.นครสวรรค์ต้องการความช่วยเหลือในเรื่องการอพยพ อาหารและน้ำ จ.พระนคร ศรีอยุธยา บริเวณนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ โซนที่ 1 น้ำได้เข้าไปแล้ว แต่ตัวเครื่องจักรต่างๆ ได้กู้ไปก่อนล่วงหน้าแล้ว ส่วนโซนที่ 2 เริ่มมีน้ำซึม ซึ่งเราจะต้องป้องกันเอาไว้ โดยแม่ทัพภาคที่ 1 เป็นผู้รับผิดชอบในพื้นที่ โดยจะทำแนวคันกั้นน้ำอีก 500 เมตร รวมทั้งทำความเข้าใจกับประชาชนที่ต้องการกั้นน้ำโดยด่วน เพราะเกรงว่าหากปล่อยให้น้ำเข้ามา จะกระทบกับส่วนท้ายของคลองรังสิตได้

ระดมทราย1.5ล.ถุงกั้นกรุง

นายกฯ กล่าวว่า ส่วนกทม.จะระดมกระ สอบทรายทั้งหมดอีก 1.5 ล้านใบ แต่กระสอบที่บรรจุทรายขาดแคลน จึงขอความร่วมมือจากภาคเอกชนที่มีสต๊อกให้แจ้งมา จะขอรับซื้อทั้งหมด อย่างไรก็ตามขณะนี้ยังไม่จำเป็นต้องประกาศเป็นเขตภัยพิบัติ เพราะการทำงานในศูนย์นี้เราควบคุมสถานการณ์ได้ แต่ต้องประ เมินพายุลูกใหม่ที่จะเข้ามามากกว่า ส่วนกระแสข่าวว่าวันที่ 13-17 ต.ค. ถือเป็นช่วงอันตรายที่ต้องระวังให้มากที่สุด

น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า มาตรการที่จะทำคือ 1.ตั้งเครื่องผันน้ำไปตามจุดต่างๆ โดยอธิบดีกรมชลประทานเป็นผู้รับผิดชอบ 2.กระทรวงวิทยาศาสตร์ฯ เร่งระดมเรือนับพันคัน ตั้งตามคลองต่างๆ เพื่อผันน้ำลงทะเล 3.ขอความร่วมมือจากกรมเจ้าท่า งดจราจรช่วงต้น เพื่อให้น้ำระบายได้เต็มที่ 4.ให้แต่ละจังหวัดกำจัดผักตบชวา 5.เมื่อน้ำไหลลงมาสู่กทม. เราจะป้องกันตรงรอยต่อทั้งหมด ส่วนที่เหลือจะขุดคลอง 5 คลองช่วย โดยใช้เวลา 7 วัน

ทำแนวกั้นกทม. 3 จุด

พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า สำหรับแนวคันป้องกันน้ำเข้ากทม.นั้น กำหนดไว้ 3 จุดหลักสำคัญ คือ 1.บริเวณเมืองเอก จะทำแนวป้องกันระยะทาง 10 ก.ม. 2.ตลิ่งชัน บริเวณด้านหลัง ม.มหิดล และ 3.บริเวณรังสิต คลอง 5 โดยสั่งการให้เร่งทำคันกั้นน้ำทั้ง 3 จุดให้เสร็จภายในวันที่ 13 ต.ค.นี้

พล.ต.อ.ประชา กล่าวถึงการแก้ปัญหาที่มีประชาชนในจ.พระนครศรีอยุธยา นำรถไปจอดปิดบริเวณสะพานปรีดี ทำให้เข้าไปช่วยคนไม่ได้ว่า ทางรรท.ผบ.ตร.ให้เจ้าหน้าที่ตำรวจสมุทรปราการไปเสริม 50 นาย ตั้งแต่วันที่ 9 ต.ค. คาดว่าการจัดการจราจรจะคลี่คลายได้ ภายในวันเดียวกันนี้

ผันน้ำเข้ากรุง-ช่วยอยุธยา

พล.ต.อ.ประชากล่าวว่า ได้ทดลองผันน้ำจากคลองชัยนาท-ป่าสัก มาลงคลองระพีพัฒน์ ตรงไปลงคลองสิบสามวา เข้าคลองด่านระบายออกทะเล และลงคลองแสนแสบไปลงทะเลให้รวดเร็วขึ้น การทดลองปล่อยน้ำในระดับ 300-500 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อป้องกันลดปริมาณน้ำไม่ให้น้ำไปสมทบจ.พระนครศรีอยุธยาอีก น้ำอาจจะท่วมกทม.บ้างถือว่าแบ่งรับทุกข์ของคนอยุธยาบ้าง

นายกฯบินดูพื้นที่น้ำท่วม

จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ ได้ขึ้นเฮลิคอปเตอร์จากท่าอากาศยานดอนเมือง พร้อมด้วยนายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว.มหาดไทย พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหม พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. น.พ.วรรณรัตน์ ชาญนุกูล รมว.อุตสาหกรรม นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และอธิบดีกรมชลประทาน เพื่อไปตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยจะไปให้กำลังใจประชาชนที่ศูนย์ราชการจังหวัด (ศูนย์อพยพ) และที่เจดีย์วัดสามปลื้ม ก่อนจะบินตรวจสภาพปริมาณน้ำและคลองระบายน้ำต่างๆ ในเขตพื้นที่กทม. และปริมณฑล และตรวจเหตุการณ์น้ำทะลักที่นครสวรรค์ด้วย

ยอดตายพุ่ง269ราย

นายวิบูลย์ สงวนพงษ์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย เผยว่า ขณะนี้มีจังหวัดที่ประสบอุทกภัย 30 จังหวัด สุโขทัย พิจิตร พิษณุโลก นครสวรรค์ อุทัยธานี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี นครปฐม ปทุมธานี นนทบุรี อุบล ราชธานี ขอนแก่น ศรีสะเกษ สุรินทร์ ฉะเชิงเทรา นครนายก ปราจีนบุรี เชียงใหม่ ร้อยเอ็ด ลำปาง เลย นครราชสีมา บุรีรัมย์ กำแพงเพชร ตาก รวม 223 อำเภอ 1,532 ตำบล ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 784,097 ครัวเรือน คิดเป็นผู้ได้รับผลกระทบ 2,388,286 คน เสียชีวิต 269 ราย สูญหาย 4 ราย

เตือน7จว.รับมือน้ำป่า

นายวิบูลย์กล่าวว่า ด้านการแจ้งเตือนกรมอุตุนิยมวิทยา เปิดเผยว่า ร่องมรสุมที่พาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก และภาคใต้ตอนบน เข้าสู่หย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงในทะเลจีน ใต้ตอนกลาง ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณกลางตอนล่าง และภาคตะวันออก มีฝนตกชุกหนาแน่นกับมีฝนตกหนักในหลายพื้นที่ ขอให้ประชา ชนบริเวณจังหวัดกาญจนบุรี ราชบุรี นครปฐม สมุทรสง คราม กทม. รวมทั้งปริมณฑล ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด และเพชรบุรี ระวังอันตรายจากฝนที่ตกหนักในระยะ 3-4 วันนี้ ส่วนพื้นที่ที่ต้องระวังดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากในช่วงนี้ มี 7 จังหวัด ได้แก่ กาญจนบุรี ที่ อ.ทองผาภูมิ อ.สังขละบุรี และอ.ไทรโยค/ ราชบุรี ที่ อ.สวนผึ้ง และ อ.บ้านคา/ เพชรบุรี ที่ อ.หนองหญ้าปล้อง/ ชลบุรี ที่ อ.ศรีราชา/ ระยอง ที่ อ.เขาชะเมา/ จันทบุรี ที่ อ.ขลุง และอ.เขาคิชฌกูฏ/ ตราด ที่ อ.บ่อไร่ และ อ.เกาะช้าง

เขื่อนใหญ่ลดระบาย

นายกิตติ ตันเจริญ ผู้ช่วยผู้ว่าการโรงไฟฟ้าพลังน้ำ กฟผ. เปิดเผยว่า กฟผ. และกรม ชลประทาน เห็นชอบร่วมกันให้ลดการระบายน้ำจากเขื่อนภูมิพล จ.ตาก จากวันละ 100 ล้านลบ.ม. เหลือวันละ 93 ล้านลบ.ม. ในวันที่ 9-10 ต.ค. เนื่องจากมีปริมาณน้ำไหลเข้าอ่างลดลง ทั้งนี้ การระบายน้ำในวันต่อๆ ไป จะพิจารณาตามสภาพปริมาณน้ำที่ไหลเข้าอ่าง โดยสถานการณ์ล่าสุดเขื่อนภูมิพลยังคงเหลือความจุรองรับน้ำได้อีก 103 ล้าน ลบ.ม. สำหรับเขื่อนสิริกิติ์ ขณะนี้ปริมาณน้ำไหลเข้าอ่าง มีแนวโน้มลดลงสู่สภาวะปกติ จึงมีการปรับลดการระบายน้ำจากวันละ 55 ล้าน ลบ.ม. เหลือ 49 ล้าน ลบ.ม. เมื่อวันที่ 8-9 ต.ค.ที่ผ่านมา และพิจารณาลดการระบายน้ำลงเหลือ 40 และ 30 ล้าน ลบ.ม. ในวันที่ 10-11 ต.ค. นี้ ตามลำดับ หลังจากนั้นจะลดการระบายน้ำเหลือ 20 ล้าน ลบ.ม. ต่อวัน ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค.เป็นต้นไป ทั้งนี้ อาจมีการปรับเปลี่ยนแผนหากสถานการณ์น้ำเปลี่ยน แปลงไป

ทูตมะกันเยี่ยมศปภ.

เมื่อเวลา 10.00 น. นางคริสตี้ เคนนีย์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เดินทางเข้าเยี่ยมชมศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบภัย (ศปภ.) ที่สนามบินดอนเมือง โดยมี พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว. คมนาคม ต้อนรับ และพาเข้าเยี่ยมชมห้องปฏิบัติการสายด่วนรับแจ้งเรื่องร้องทุกข์ของผู้ประสบอุทกภัย และห้องบัญชาการระบบคอมพิวเตอร์ รวมถึงได้เยี่ยมชมการบรรจุสิ่งของ เครื่องใช้ เพื่อจัดส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยตามพื้นที่ต่างๆ

นางคริสตี้กล่าวว่า รู้สึกเสียใจที่ประเทศไทยที่เป็นเหมือนประเทศเพื่อนบ้านประสบกับอุทกภัยครั้งใหญ่ ซึ่งหากไทยต้องการความช่วยเหลืออย่างไรก็ให้บอกกับตน อเมริกายินดีช่วยเหลือ โดยภายในสัปดาห์นี้จะส่งเจ้าหน้าที่ยูเซส ลงพื้นที่ประสบภัย และในระยะยาวอเมริกาจะเข้ามาช่วยเหลือไทยด้านเทคโนโลยีในการป้อง กันน้ำท่วม

มาร์คจี้ประกาศภาวะฉุกเฉิน

นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์และผู้นำฝ่ายค้าน แถลงภายหลังการประชุมครม.เงา ว่า พรรคพร้อมร่วมมือกับรัฐบาลแก้ปัญหาน้ำท่วม โดยมติครม.เงาจะรวบรวมเงินบริจาคส.ส. ซึ่งตั้งเป้าไว้ว่าจะได้ 5 ล้านบาท ไปช่วยน้ำท่วม นอกจากนี้ มีข้อเสนอแนะบริหารจัดการปัญหา 1.เห็นด้วยกับการตั้งศปภ. แต่อยากให้รัฐบาลยุบกลไกหรือคณะกรรมการที่ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ เพราะจะเกิดความสับสนซ้ำซ้อน 2.ควรตั้งศูนย์บริหารจัดการในส่วนหน้าในแต่ละพื้นที่ เพื่อให้เกิดการทำงานที่มีประสิทธิภาพ และควรเชื่อมกับองค์การบริหารส่วนท้องถิ่น (อปท.) ประสานกับสถานีโทรทัศน์และวิทยุในท้องถิ่น เพื่อเตรียมความพร้อมและการอพยพ และ 3.สถาน การณ์ขณะนี้ รัฐบาลควรประกาศภาวะฉุกเฉินในบางพื้นที่ตามความเหมาะสม



เร่งตรวจ - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ พร้อมด้วยพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. ขึ้นฮ. ตรวจน้ำท่วมอยุธยา และนครสวรรค์ พร้อมหารือแนวทางแก้ไข เมื่อวันที่ 10 ต.ค.



รถไฟเหนือยังอัมพาต

นางนวลอนงค์ วงษ์จันทร์ หัวหน้ากองประชาสัมพันธ์ รฟท. เปิดเผยถึงความคืบหน้าสถานการณ์น้ำท่วมทางรถไฟว่า ล่าสุดสถานการณ์น้ำท่วมทางรถไฟในเส้นทางสายเหนือสถานการณ์น้ำเริ่มทะลุเข้าพื้นที่สถานีบางปะอิน ทำให้การรถไฟฯเดินรถได้ถึงสถานีบางปะอินเท่านั้น ส่วนสายตะวันออกเฉียงเหนือการรถไฟเปลี่ยนเส้นทางไปทางฉะเชิงเทรา-แก่งคอยแทน โดยสถานการณ์น้ำท่วมทางรถไฟยังวิกฤต เพราะปริมาณน้ำยังไม่ลดลงและยังกลับมีปริมาณสูงขึ้นต่อเนื่อง

กกต.แก้ระเบียบบริจาค

นายธนิศร์ ศรีประเทศ รองเลขาธิการกกต. ด้านกิจการพรรคการเมือง เปิดเผยว่านายอภิชาต สุขัคคานนท์ ประธาน กกต.ได้ลงนามในประกาศ กกต. เรื่องหลักเกณฑ์และวิธีการให้เงิน ทรัพย์สินและประโยชน์อื่นใด อันอาจคำนวณเป็นเงินได้ตามปกติประเพณีของพรรค การเมือง ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรค และสมาชิกซึ่งเป็นส.ส.หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2554 เมื่อวันที่ 10 ต.ค. ตามที่กกต.มีมติ โดยได้ปรับแก้ไขเพิ่มวงเงินให้ความช่วยเหลือ ผู้ประสบภัยพิบัติ กรณีพรรคให้ได้ไม่เกิน 3,000,000 บาท ผู้ดำรงตำแหน่งในพรรคและ ส.ส.หรือผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองให้ได้ไม่เกิน 300,000 บาท แต่หากผู้สมัครหรือพรรคใดบริจาคเกินวงเงินดังกล่าวจะต้องนำไปรวมเป็นค่าใช้จ่ายในการเลือกตั้งครั้งต่อไป

ปณ.-แบงก์ปิดระนาว

น.ส.อานุสรา จิตต์มิตรภาพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด เผยว่า ที่ทำการไปรษณีย์ที่อยู่ในพื้นที่น้ำท่วมหนักต้องปิดให้บริการชั่วคราว 20 ที่ทำการไปรษณีย์ และพื้นที่นำจ่ายกว่า 130 แห่ง ได้แก่ ที่ทำการไปรษณีย์ใน จ.อยุธยา ประกอบด้วย ปณ.พระ นครศรีอยุธยา ปณ.เดชาวุธ ปณ.โรจนะ ปณ.อุทัย ปณ.บางบาล ปณ.บางไทร ปณ.ผักไห่ ปณ.บาง ปะอิน ปณ.ศูนย์ศิลปาชีพบางไทร ปณ.นครหลวง ปณ.บ้านแพรก ปณ.มหาราช ปณ.บางปะหัน ที่ทำการไปรษณีย์ใน จ.สระบุรี ปณ.ดอนพุด ปณ.ท่าลาน ที่ทำการไปรษณีย์ใน จ.ชัยนาท ปณ.สรรพยา ปณ.วัดสิงห์ ดังนั้นฝากส่งสิ่งของอาจจะได้รับไปรษณียภัณฑ์ล่าช้า และสำหรับสิ่งของที่ฝากส่งก่อนหน้านี้ ปณท. จะเก็บรักษาไว้ก่อน และจะรีบดำเนินการนำจ่ายทันทีจนกว่าสถานการณ์จะคลี่คลายเข้าสู่ภาวะปกติ

นอกจากนี้ยังมีธนาคารพาณิชย์อีก 72 สาขา ที่ต้องปิดลงเพราะเหตุการณ์น้ำท่วม

ค่ายมือถือช่วยน้ำท่วม

นายพิรุณ ไพรีพ่ายฤทธิ์ ผู้อำนวยการธุรกิจนอนวอยซ์ และ3จี บริษัท ทรู มูฟ จำกัด กล่าวว่า ทรูมูฟพร้อมให้ความช่วยเหลือกับประชาชน และลูกค้าที่ได้รับความช่วยเหลือจากเหตุการณ์อุทกภัย โดยลูกค้าแบบเติมเงิน จะมอบวันใช้งานเพิ่มอีก 30 วัน เพื่อยืดอายุการใช้งาน และลูกค้าแบบรายเดือน งดเว้นการระงับสัญญาณ สำหรับลูกค้าที่ไม่สามารถชำระค่าบริการได้ตามกำหนด

ด้านนางวิไล เคียงประดู่ ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ส่วนงานประชาสัมพันธ์ บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ เอไอเอส กล่าวว่า เบื้องต้น เตรียมวงเงินไว้มากกว่า 500,000 บาท เพื่อเติมเงินให้ลูกค้าในระบบเติมเงิน ที่จ.พระนครศรีอยุธยา รวมถึงระงับการตัดสัญญาณลูกค้ารายเดือนในช่วงนี้จนกว่าสถานการณ์จะปกติ และยังได้ตั้งจุดให้บริการโทรฟรี และนำรถสถานีฐานเคลื่อนที่ไปให้บริการ ณ ศูนย์พักพิงผู้อพยพมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต พร้อมร่วมบริจาคสิ่งของอุปโภคบริโภครวมไปถึงทีมพนักงานที่ร่วมเป็นอาสาสมัครช่วยงานในศูนย์ดังกล่าว รวมทั้งติดตั้งเครือข่ายไวไฟ ณ ศูนย์ราชการอพยพของสาธารณสุข

พาณิชย์เผยทรายขึ้นราคา

ที่กรมการค้าภายใน นายภูมิ สาระผล รมช.พาณิชย์ เป็นประธานในการประชุมแก้ไขปัญหาสินค้าขาดแคลน โดยเรียกผู้ประกอบการหารือ โดยหลังการประชุม นายภูมิ เผยว่า ยืนยันว่าสินค้าไม่ได้ขาดแคลน แต่อาจมีปัญหาเรื่องการนำสินค้าขึ้นชั้นวางจำหน่าย และอาจมีผลกระทบจากเรื่องโรงงานถูกน้ำท่วมบ้าง อย่าง ไรก็ตาม ขณะนี้ทรายขาดแคลนมาก และมีการจำหน่ายในราคาที่สูงขึ้น แต่ยังไม่มีการพิจารณาให้ทรายเป็นสินค้าควบคุมแต่อย่างใด

ทอท.รับมือน้ำท่วม

นายสมชัย สวัสดีผล รักษาการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหา ชน) กล่าวว่า ขณะนี้ได้เพิ่มคันกั้นน้ำบริเวณรอบสนามบินสุวรรณภูมิสูงขึ้นอีกประมาณ 50 ซ.ม. พร้อมได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายเฝ้าระวังการระบายน้ำภายในสนามบินด้วย เช่นเดียวกันกับสนามบินดอนเมือง ซึ่งคาดว่าปริมาณน้ำอาจเพิ่มขึ้นหากมีฝนตกลงมาเพิ่มอีก ซึ่งทางทอท.ได้ประสานไปยังสำนักงานเขตและกรมชลประทานเพื่อเตรียมการแก้ไขปัญหาแล้ว

นายสมชัยกล่าวว่า สำหรับสนามบินอีก 4 แห่ง คือ สนามบินเชียงใหม่ เชียงราย ภูเก็ตและหาดใหญ่นั้น ยังไม่มีรายงานเรื่องสถาน การณ์น้ำท่วมที่อาจส่งผลกระทบต่อสนามบินแต่อย่างใด ในส่วนของสนามบินภูเก็ตมีรายงานจากพื้นที่ว่า ปริมาณฝนตกในพื้นที่ อ.ถลาง เกิดน้ำท่วมเป็นแห่งๆ และไม่ได้เกิดผลกระทบต่อสนามบิน แต่อาจกระทบต่อประชาชนบางส่วนที่เดินทางมาใช้บริการสนามบินภูเก็ต

กรมชลฯชะลอพร่องป่าสัก

นายวีระ วงศ์แสงนาค ที่ปรึกษากรมชล ประทาน เปิดเผยว่า กรมชลประทานจะพิจารณาแผนการชะลอน้ำในแม่น้ำป่าสัก ที่มีปริมาณน้ำไหลขณะนี้ 1,600 ลบ.ม.ต่อวินาที ให้ลดลงเหลือ 800 ลบ.ม.ต่อวินาทีภายใน 5 วัน เพราะหากไม่ชะลอน้ำในแม่น้ำป่าสัก ผลกระทบที่เกิดขึ้นจะมากกว่านี้ โดยน้ำทั้งหมดจะไหลเข้าคลอง 26 ที่จ.นครนายกต่อเนื่องมาคลองรังสิต ตั้งแต่คลอง 1-6 ทำให้เขตดอนเมือง รังสิต กลายเป็นที่รับน้ำต่อ และน้ำจะท่วมกทม.แน่นอน

กทม.เตรียมจุดอพยพ191จุด

เมื่อเวลา 12.00 น. ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. แถลงสถานการณ์น้ำ ว่า กทม. เตรียมจัดตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก้ไขปัญหาน้ำท่วมย่อย โดยใช้พื้นที่ศาลาประชาคมในเขตมีนบุรี ตั้งเป็นศูนย์ให้ความช่วยเหลือประชาชนใน 4 เขตพื้นที่ตะวันออก ได้แก่ เขตลาดกระบัง มีนบุรี หนองจอก และคลองสามวา รวมทั้งตั้งศูนย์อพยพ 191 จุด ส่วนประชาชน 27 ชุมชน นอกแนวคันกั้นน้ำได้เตรียมโรงเรียนฝึกอาชีพของกทม. 10 แห่งไว้รองรับ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่ รวมถึงนักสังคมสงเคราะห์คอยดูแล

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวต่อว่า ส่วนสถานการณ์น้ำในวันนี้ กทม.ยังดูแลได้อยู่ โดยปริมาณน้ำเหนือที่ผ่าน อ.บางไทร จ.พระนครศรีอยุธยา อยู่ที่ 3,181 ลบ.ม.ต่อวินาที ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาวัดได้ 1.94 เมตร เหนือระดับน้ำทะเลปานกลาง และในวันนี้ระดับน้ำสูงสุดเวลา 17.45 น. อยู่ที่ 1.99 เมตร ซึ่งอยูในวิสัยที่รับได้ เพราะแนวคันกั้นน้ำสูง 2.50 เมตร ส่วนระดับน้ำในคลองสำคัญๆ ในกทม. อยู่ในระดับสูง แต่ยังไม่ผิดปกติ ส่วนสถานการณ์จากนี้ไป กทม.อาจได้รับผลกระทบ เพราะจะมีฝนตกเพิ่มขึ้นระดับน้ำทะเลที่จะหนุนสูงและน้ำเหนือที่จะไหลผ่านลงมา ซึ่งจะจับตาเฝ้าระวังตลอด 24 ชั่วโมง ในระหว่างวันที่ 16-18 ต.ค. เป็นต้นไป ส่วนในเรื่องของกระสอบทรายก็ยอมรับว่าเป็นปัญหา แต่ขณะนี้มีประชาชนได้บริจาคทรายมาล่าสุดปริมาณ 12,000 คิว หรือ 600,000 กระสอบ โดยกทม.จะนำทรายจำนวนนี้นำไปช่วยเหลือประชาชน 4 เขตด้านฝั่งตะวันออก ขณะนี้บริหารจัดการน้ำได้ และไม่ได้นิ่งนอนใจและประเมินสถาน การณ์แบบวันต่อวัน

จับตา 15 จุดเสี่ยงท่วม

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ กล่าวอีกว่า ทั้งนี้ กทม.ได้ยกร่างแผนอพยพ ที่จะช่วยเหลือประชาชน หากเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมหนัก ซึ่งได้ให้สำนักงานเขตทุกเขตไปสำรวจจุดที่สามารถเป็นที่พักพิง และให้ดำเนินการจัดทำในรายละเอียด วิธีการอพยพ การดูแล รวมถึงที่นอน หมอนมุ้ง การดูแลสัตว์เลี้ยง โดยเฉพาะพื้นที่จุดเสี่ยง ทั้ง 15 จุด ของกทม. ประกอบด้วย ถนนจันทน์ เซ็นต์หลุยส์ สาธุประ ดิษฐ์, ถนนพหลโยธิน ช่วงคลองสามเสนถึงคลองบางซื่อ, ถนนสุขุมวิท บริเวณซอยสุขุมวิท 39 และ 49, ถนนสุขุมวิท จากคลองพระโขนงถึงซอยลาซาล, ถนนนวมินทร์ เขตวังทองหลาง, ถนนนวมินทร์ จากคลองดอนอีกาถึงแยกประเสริฐมนูกิจ, ถนนรัชดาภิเษก หน้าห้างโรบินสัน, ถนนรัชดา ภิเษก บริเวณแยกลาดพร้าว, ถนนเพชรบุรี จากถนนบรรทัดทองถึงถนนราชเทวี, ถนนนิคมมักกะสัน, ถนนพระรามที่ 6 หน้าตลาดประแจจีน, บริเวณซอยเพชรเกษม 63 (ซอยวัดม่วง), ถนนเย็นอากาศ จากถนนนางลิ้นจี่ถึงซอยศรีบำเพ็ญ, ถนนศรีนครินทร์ ช่วงคลองตาสาดถึงคลองตาช้าง, ถนนสนามชัย และถนนมหาราช

สั่งกั้นศิริราชเพิ่มอีก

จากนั้นม.ร.ว.สุขุมพันธุ์พร้อมคณะ เดินทางตรวจประตูระบายน้ำคลองทวีวัฒนา ซึ่งยังระบายน้ำได้ปกติ และลงตรวจพื้นที่บริเวณท่าน้ำโรงพยาบาลศิริราช โดยสั่งให้เพิ่มความหนาของกระสอบทราย เพื่อไม่ให้น้ำซึมผ่านได้ รวมทั้งติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มอีก 1 เครื่อง ดังนั้นจึงมั่นใจเต็มที่ว่าจะสามารถป้องกันน้ำท่วมโรงพยาบาลศิริราชได้

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์กล่าวว่า สำหรับแนวทางการขุดลอกคลอง 5 แห่ง และการจัดทำแนวคันกั้นน้ำ 3 จุด ที่บริเวณเมืองเอก ตลิ่งชัน และรังสิตหลัก 6 ตามที่นายกรัฐมนตรีสั่งการมานั้น ทางทบ.กับกระทรวงคมนาคมจะเป็นผู้รับผิดชอบ ดำเนินการเป็นหลัก ส่วนกทม. จะให้การสนับ สนุนด้านอุปกรณ์เครื่องมือ รวมถึงอำนวยความสะดวกต่างๆ ในการทำงาน

เอ็มอาร์ทีกั้นน้ำท่วมเพิ่ม

รายงานข่าวจากการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย (รฟม.) ระบุว่า รถไฟฟ้าใต้ดิน ได้ติดตั้งผนังป้องกันน้ำท่วมบริเวณโดยรอบสถานี ยกเว้นประตูเข้า-ออกสถานีเพิ่มอีก 9 สถานี ได้แก่ สถานีพระราม 9 สถานีเพชรบุรี สถานีสุขุมวิท สถานีศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ สถานีคลองเตย สถานีลุมพินี สถานีสีลม สถานีสามย่าน และสถานีหัวลำโพง อย่างไรก็ตามผู้โดยสารยังสามารถใช้บริการทุกสถานีที่มีการติดตั้งผนังป้องกันน้ำท่วมดังกล่าวได้ตามปกติ

บางบัวทองท่วมแล้ว

ที่จ.นนทบุรี คันป้องกันน้ำโรงพยาบาลบาง บัวทอง อ.บางบัวทอง ต้านกระแสน้ำที่เพิ่มขึ้นสูงไม่ไหวพังทลายลงมา ทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมบ้านเรือนชาวบ้านที่อยู่ในชุมชนพัฒนาเทศบาล 6 ประมาณ 150 ครัวเรือน สูงเกือบ 1 เมตร ชาวบ้านต้องรีบขนของหนีน้ำแต่ก็ไม่สามารถขนย้ายได้ทัน ทำให้ทรัพย์สินถูกน้ำท่วมได้รับความเสียหาย ขณะที่นายวิเชียร พุฒิวิญญู ผวจ.นนทบุรี ได้ระดมเจ้าหน้าที่พร้อมประสานขอความช่วยเหลือจากทหารเพื่อนำกำลังมาช่วยกันสร้างแนวป้องกันขึ้นมาใหม่ คาดว่าน่าจะใช้เวลาประมาณ 3 วันถ้าคันป้องกันน้ำไม่พังลงมาอีกน่าจะกู้กลับคืนสู่ปกติ โดยร.พ.บางบัวทองได้ย้ายแผนกผู้ป่วยนอกไปเปิดให้บริการที่สำนักงานสาธารณสุขเทศบาลแล้ว

ขณะเดียวกันที่บริเวณถนนหน้าเทศบาลเมืองบางบัวทองน้ำได้เอ่อเข้าท่วมถนนจนทำให้รถสัญจรไปมาลำบาก ซึ่งน้ำที่เอ่อเข้าท่วมส่วนใหญ่จะมาตามท่อระบายน้ำ เนื่องจากการป้องกันทำได้ลำบาก ส่วนแนวคันป้องกันน้ำที่อยู่ริมถนนก็ได้มีการเสริมแนวกระสอบทรายและดิน เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำทะลักเข้ามาท่วมในพื้นที่เศรษฐกิจของ อ.บางบัวทอง



นนท์อ่วม - ถนนเส้นปทุมธานี-นนทบุรีกลายเป็นคลอง และถนนอีกหลายเส้นทางใกล้เคียงเช่ ราชพฤกษ์ ชัยพฤกษ์ ถ.345 ระดับ น้ำท่วมสูง ส่งผลให้ การจราจรติดขัดตลอด วัน เมื่อ 10 ต.ค.

พร้อมอพยพ 104 จุด

นายวิเชียรกล่าวว่า ได้สร้างแนวป้องกันน้ำท่วมสูง 3.50 เมตร ขณะที่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาสูงแค่ 2.72 เมตร ยังสามารถป้องกันน้ำได้ มั่นใจได้ว่าในพื้นที่เศรษฐกิจทั้งหมดสามารถสู้ได้ หากไม่มีเหตุแทรกซ้อน เช่น ฝนตกมาก แต่หากเกิดสถานการณ์วิกฤตจริงก็พร้อมอพยพไปตามศูนย์ที่ตั้งไว้ 104 จุด รองรับประชาชนได้ 6.5 หมื่นครัวเรือน

มธ.รังสิตรับคนอพยพนับพัน

ที่ จ.ปทุมธานี เมื่อเวลา 11.00 น. นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าฯ ปทุมธานี พล.ต.ต.วัฒนา เขตร์สมุทร ผบก.ภจว.ปทุมธานี พ.ต.อ.วิสูตร ฉัตรชัยเดช รอง ผบก.ภจว.ปทุมธานี นายผล ดำธรรม นายอำเภอคลองหลวง ได้เดินทางมาตรวจเยี่ยมศูนย์พักพิงชั่วคราวภายในอาคารยิมเนเซี่ยม 2 ภายในมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ที่เปิดรับประชาชนที่ประสบอุทกภัยน้ำท่วมจากจังหวัดพระนครศรีอยุธยาเข้ามาพักอาศัย โดยมี รศ.ดร.กำพล รุจิวิชชญ์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ดร.ปริญญา เทวานฤมิตรกุล รองอธิการบดีฝ่ายกิจกรรมนักศึกษา มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ พาเข้าตรวจเยี่ยม โดยขณะนี้มีผู้อพยพจาก จ.พระนครศรีอยุธยาเข้ามาพักแล้วประมาณ 1 พันคน

นายพีระศักดิ์กล่าวว่า ขอให้ประชาชนที่อยู่พื้นที่ชั้นในจ.ปทุมธานีไม่ต้องวิตกกังวลว่าน้ำจะท่วม เพราะได้เตรียมความพร้อมรับมือไว้ตลอด 24 ชั่วโมง และทำเขื่อนแนวกั้นกระสอบทรายริมน้ำอย่างแข็งแรงหลายชั้น แต่ละแห่งมีเจ้าหน้าที่ออกตรวจตราตลอด 24 ชั่วโมง อย่าไปเชื่อข่าวลือใดๆ ทั้งสิ้น ขอให้ฟังการแถลงข่าวจากตนเพียงอย่างเดียว

ย้ายผู้ป่วยร.พ.อ่างทอง

ที่จ.อ่างทอง เจ้าหน้าที่ได้อพยพผู้ป่วยหนัก จากร.พ.อ่างทอง ไปยังร.พ.อื่นๆ เพื่อป้องกันความปลอดภัยหากเกิดน้ำท่วมอย่างฉับพลัน นอกจากนี้สถานการณ์น้ำยังน่าเป็นห่วงอีกหลายพื้นที่โดยเฉพาะบริเวณศาลากลางจังหวัด สถานที่ราชการ และชุมชนข้างศาลากลาง โดยน้ำได้เข้าท่วมบริเวณถนนซอยต้นมะขาม ชุมชนบ้านรอ ซึ่งอยู่ข้างศาลากลางด้านตะวันออกเกิดเหตุน้ำจากแม่น้ำเจ้าพระยาได้ล้นคันกระสอบทรายและคันแท่นปูนที่วางกั้นน้ำ นอกจากนั้นกระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวกรากได้กัดแซะพันพื้นถนนที่เป็นคอนกรีตเข้าบ้านเรือนประชาชนสูงกว่า 30 ซ.ม. ทางเทศบาลเมืองอ่างทองต้องระดมรถสามล้อเครื่องรับจ้างเร่งขนกระสอบทรายมาอดรูรั่วนอกคันกั้นน้ำและเร่งดูดน้ำออกจากศาลากลางจังหวัด

ตั้งโรงครัวพระราชทาน

ที่จ.พระนครศรีอยุธยา สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาฯ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ พล.ร.ต.ทศนุ เชียงทอง รองหัวหน้าสำนักงาน โครงการสายใยรักแห่งครอบครัวฯ เป็นผู้แทนพระองค์ นำวัตถุดิบในการประกอบอาหารที่ได้จากพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์ และผู้ที่มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคผ่านทางกองทุน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าทีปังกรรัศมีโชติ เพื่อผู้ประสบภัยพิบัติ มาประกอบอาหารให้แก่ราษฎรที่เดือนร้อนที่อพยพมาอยู่บริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่อาสาสมัครและประชาชนที่ยังติดค้างอยู่ตามบ้านเรือนจำนวนกว่า 3,000 คน ที่บริเวณศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา

พระเทพฯเสด็จฯเยี่ยมพรุ่งนี้

นายสมหมาย สุภาษิต หัวหน้าฝ่ายประชา สัมพันธ์ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย เปิดเผยว่า พระธรรมโกศาจารย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย และในฐานะเจ้าคณะภาค 2 ได้จัดที่พักพิงแก่ผู้ประสบอุทกภัย โดยจัดที่พักและอาหารให้ที่อาคารมหาจุฬาบรรณาคาร และอาคารเรียนรวมมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีบริการรถรับ-ส่งให้ถึงที่พักและได้ประกาศให้ผู้อพยพได้รับทราบ โดยอาคารเรียนของมหาจุฬาฯ สามารถรองรับประชาชนได้จำนวนกว่า 2,000 คน โดยล่าสุดมีผู้ที่ประสบภัยได้เข้ามาพักในอาคารมหาจุฬาฯ 400 คนแล้ว ทั้งนี้ ในวันที่ 11 ต.ค. เวลา 15.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี จะเสด็จฯ เยี่ยมที่พักพิงแก่ผู้ประสบอุทกภัยด้วย

"โรจนะ"จมเพิ่ม-เร่งอพยพ

นายวิญญาณ มาลีรัตน์ นายอำเภออุทัย จ.พระนครศรีอยุธยา กล่าวถึงสถานการณ์น้ำที่นิคมอุตสาหกรรมโรจนะว่า น้ำไหลบ่าเข้านิคมอุตสาหกรรมโรจนะ เฟสที่ 2 เรียบร้อยแล้ว เนื่องจากปริมาณน้ำมีมากเกินกำแพงคันดินที่ทำไว้ ซึ่งน้ำไหลมาตามถนนคูคลองในนิคมเข้าท่วมทั้งหมด แต่ไม่ส่งผลกระทบกับพนักงานเพราะอพยพก่อนหน้านี้แล้ว

ว่าที่ร.ต.สมทรง สรรพโกศลกุล นายกเทศ มนตรี เทศบาลนครพระนครศรีอยุธยา เผยว่าล่าสุดเจ้าหน้าที่เร่งอพยพประชาชนอย่างต่อเนื่อง แต่ยังทำได้ไม่เต็มที่ เนื่องจากยังขาดเเคลนพาหนะในการอพยพประชาชนออกจากพื้นที่ จึงขอสนับสนุนเรือ พาหนะเพื่อเข้าอพยพ ประชาชนที่ยังติดอยู่ในพื้นที่ประสบอุทกภัยโดยด่วน

ย้ายผู้ป่วยเพิ่มเติม

นายวิทยา บุรณศิริ รมว.สาธารณสุข กล่าวว่าได้ขนย้ายผู้ป่วยอีก 78 ราย ออกจาก ร.พ. พระนครศรีอยุธยา ไปรักษาต่อที่โรงพยาบาลต่างๆ ได้ทั้งหมด และได้เปิดโรงพยาบาลสนามเพิ่มอีก 1 จุด ที่จุดอพยพบริเวณหน้าศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นทีมแพทย์จากโรงพยา บาลเลิดสิน และได้จัดส่งจิตแพทย์ นักจิตวิทยาไปให้บริการประจำที่จุดอพยพด้วย

ปัดข่าวย้ายผู้ป่วยดับ

สำหรับกรณีการขนย้ายผู้ป่วยแล้วมีผู้เสียชีวิตนั้น น.พ.วีระพล ธีรพันธุ์เจริญ ผอ.ร.พ. พระนครศรีอยุธยา เผยว่าผู้ป่วยที่เสียชีวิตเกิดขึ้นในช่วงระหว่าง 3 วันที่น้ำเริ่มเข้าท่วมพื้นที่เกาะเมืองจำนวน 10 ราย โดยเป็นผู้ป่วยที่อาการหนักและสิ้นหวังในการรักษา โดยไม่ได้เสียชีวิตจากไฟดับ หรือการเคลื่อนย้ายแต่อย่างใด แต่เป็นการเสียชีวิตจากอาการของโรคที่ดำเนินอยู่ โดยแต่ละวันในสถานการณ์ปกติก็จะมีผู้ป่วยอาการหนักเสียชีวิตประมาณวันละ 5-6 รายอยู่แล้ว ซึ่งในวันที่ 10 ต.ค.ก็มีผู้ป่วยติดเชื้อในกระแสเลือดเสียชีวิต 1 ราย ในห้องฉุกเฉินยืนยันว่าไม่มีผู้ป่วยเสียชีวิตระหว่างการเคลื่อนย้ายแต่อย่างใด ซึ่งในโรงพยาบาลอื่นๆ จะแยกกลุ่มผู้ป่วยเป็นอาการหนัก เคลื่อนย้ายได้ และอาการหนัก เคลื่อนย้ายไม่ได้ ที่ต้องหาทางดูแลในโรงพยาบาลต่อเนื่องอยู่แล้ว

เร่งย้ายรถสะพานปรีดี

ที่ศูนย์ราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา นายอารี ไกรนรา เลขานุการรมว.มหาดไทย ได้รับมอบหมายภารกิจจากนายกรัฐมนตรีให้เป็นประธานประชุมวอร์รูมเพื่อมอบหมายภารกิจการทำงานให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง พร้อมสรุปภารกิจในช่วงเวลา 19.00 น.ของทุกวัน โดยนายอารีกล่าวว่า ขณะนี้เน้นเรื่องการช่วยเหลือคนป่วย ที่ยังติดค้างอยู่ที่โรงพยาบาลรวมถึงประชาชนที่ติดอยู่ในเกาะเมือง และรถยนต์จำนวนหลายร้อยคันที่ประชาชนจอดหนีน้ำที่สะพานปรีดีธรรมรงค์ ทำให้เกิดการจราจรติดขัด ได้ทยอยยกรถทั้งหมดไปอยู่ที่ถนนสายเอเชีย เนื่องจากขณะนี้มีรายงานว่า ตอม่อสะพานเกิดการทรุดตัว

พระ-เณรเดือดร้อนทั่ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พบว่ามีพระสงฆ์ยังอยู่ตามวัดต่างๆ ในเกาะเมืองอยุธยาอีกจำนวนมาก ที่วัดราชประดิษฐาน อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนคร ศรีอยุธยา โดยพระครูประดิษฐกิจจาทร เจ้าอาวาสกล่าวว่า มีพระและญาติโยมอาศัยวัดเป็นที่หลบภัย ซึ่งเหลือเพียงกุฏิเล็กๆ หลังเดียวที่เป็น 2 ชั้น ชั้นล่างถูกน้ำท่วม สูงกว่า 2 เมตร ต้องขึ้นมาอยู่ชั้นสอง มีพระ 8 รูป อาศัยอยู่รวมกันกับญาติ โยมอีก 10 คน อาหารที่มีอยู่ใกล้หมดแล้ว ไม่สามารถออกไปบิณฑบาตได้ เพราะน้ำท่วมสูงมากชาวบ้านเดือดร้อนอย่างแสนสาหัส

นอกจากนี้ ยังมีประชาชนที่เป็นห่วงทรัพย์สินของตนเองที่อยู่ในบ้าน บางจุดในเกาะเมืองช่วงกลางคืนจะถูกตัดกระแสไฟฟ้า หลายคนออกมาคอยดูเรือที่วิ่งเพื่อรับแจกน้ำดื่มข้าวกล่องและอาหาร บางคนต้องออกมาลอยคออยู่ในน้ำเพื่อรอความช่วยเหลือ บางคนเกาะอยู่ตามต้น ไม้ ประชาชนหวั่นว่าตัวองค์พระปรางค์ใหญ่จะโค่นลงหากจมน้ำอยู่นานและถูกกระแสน้ำกัดเซาะ

อุทยานประวัติศาสตร์จมหมด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า โบราณสถานหลายแห่งถูกน้ำท่วม โดยพบว่าระดับน้ำภายในบริเวณวิหารพระมงคลบพิตร สูงกว่า 1.5 เมตร จนถึงพื้นตัววิหาร และภายในวัดพระศรีสรรเพชญ ภายในอุทยานประวัติศาสตร์ พระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้พบว่าภายในวัดมหาธาตุ ต้นไม้ขนาดใหญ่ได้ล้มโค่นลงไปทับตัวองค์เจดีย์ เนื่องจากบริเวณนั้นมีน้ำไหลกัดเซาะจนต้นไม้ล้มลงหลายต้น รวมทั้งตัวโบราณสถานต่างๆ ในเกาะเมือง

สั่งหยุดเดินเรือถึง15ต.ค.

นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่าเปิดเผยว่า เนื่องด้วยเกิดน้ำท่วมในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่วัดพนัญเชิงวรวิหารขึ้นไปทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ซึ่งมีโบราณสถานและโบราณวัตถุ วัดวาอารามที่สำคัญทางประวัติศาสตร์ และเป็นที่ตั้งของพระตำหนักสิริยาลัย พระราชวังบางปะอิน ทั้งนี้ ยังมีแนวโน้มว่าสถานการณ์อุทกภัยดังกล่าวจะรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง อันมีผลมาจากพายุที่กำลังจะพัดผ่านเข้ามามีอิทธิพลในทางตอนเหนือของประเทศไทย ส่งผลกระทบให้ประชาชนในจังหวัดพระนครศรีอยุธยาได้รับความเดือดร้อนเป็นอย่างมาก จึงออกประกาศกำหนดเขตควบคุมการเดินเรือ ตั้งแต่วัดพนัญเชิงวรวิหารขึ้นไปทั้งแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำป่าสัก ห้ามเรือบรรทุกสินค้า เรือบริการร้านอาหาร และเรือเพลาใบจักรยาวขึ้น-ล่องในแม่น้ำป่าสักและแม่น้ำเจ้าพระยา โดยให้งดการเดินเรือจนถึงวันที่ 15 ต.ค. หากนายเรือผู้ใดฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตาม ต้องระวางโทษปรับตั้งแต่ 500-5,000 บาท และกรมเจ้าท่ามีอำนาจสั่งยึดประกาศนียบัตรผู้ควบคุมเรือมีกำหนดไม่เกิน 6 เดือน

สั่งอพยพเพิ่มเติมอีกรอบ

เมื่อเวลา 16.30 น. ที่ศาลากลางจังหวัดพระนครศรีอยุธยา เจ้าหน้าที่ประจำศูนย์อพยพประกาศเสียงตามสายว่า ขณะนี้ปริมาณน้ำบนถนนหน้าศาลากลางมีปริมาณที่ไม่น่าไว้วางใจ หากเป็นไปได้ขอให้ประชาชนเคลื่อนย้ายอพยพไปยังศูนย์อพยพที่จุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย หรือศูนย์พักพิงชั่วคราวที่ ม.ธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ขณะที่บรรยากาศที่ศาลากลางมีประชาชนจำนวนมากอพยพมาอยู่ในภายในอาคารของศาลากลาง ส่วนบริเวณด้านหน้ามีการตั้งเต็นท์ให้การช่วยเหลือด้านสิ่งของเครื่องใช้ และประกอบอาหารให้ผู้ที่อพยพมา ซึ่งขณะนี้ยังคงมีประชาชนจากพื้นที่ต่างๆ ขึ้นรถยีเอ็มซีของทหารมายังศาลากลางอย่างต่อเนื่อง ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณทางเข้านิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ปริมาณน้ำยังอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง เนื่องจากเกิดฝนตกหนักต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงบ่าย ทำให้น้ำบนถนนที่ท่วมขังอยู่แล้วเพิ่มสูงขึ้นอีก

โรจนะเสียหาย5หมื่นล้าน

นายพากร วังศิราบัตร ประธานสภาอุตสาห กรรม จ.พระนครศรีอยุธยา เปิดเผยว่า สวนอุตสาหกรรมโรจนะ อ.อุทัย มีด้วยกัน 3 เฟส คือเฟสที่ 1 น้ำท่วมเต็มพื้นที่สูงเกือบ 3 เมตร มีโรงงานกว่า 146 โรงจม เช่นโรงงานฮอนด้าเป็นต้น ส่วนโรงงานอื่นๆ เป็นโรงงานอิเล็กทรอ นิกส์ เฟสที่ 2 มีโรงงานกว่า 40 โรง ถูกน้ำท่วมระดับน้ำสูงเกือบ 2 เมตร ส่วนเฟสที่ 3 ยังไม่มีโรงงาน สำหรับสวนอุตสาหกรรมโรจนะมีโรงงานรวม 223 โรง น้ำท่วมครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุดเกินความคาดหมาย ความเสียหายเช่นเครื่องมือเครื่องจักรวัสดุต่างๆ บุคลากร ผู้ใช้แรงงานกว่า 1 แสนคน ต้องหยุดงานเป็นระยะยาว เรื่องนี้ทางประกันสังคมจะต้องรับผิดชอบตามกฎหมาย โดยโรงงานที่อยู่ในนิคมและนอกนิคมถูกน้ำท่วมไปแล้วกว่า 300 โรง ผลกระทบในการฟื้นฟูระยะสั้นต้องใช้เวลาประมาณ 3 เดือน ระยะยาวอาจต้องใช้ระยะเวลาถึง 6 เดือน ขึ้นอยู่กับความเสียหาย และได้ประเมินความเสียหายวันต่อวัน จนถึงเวลานี้ประเมินไว้เกี่ยวกับความสูญเสียไปแล้วกว่า 5 หมื่นล้านบาท

ชัยนาทถนนขาด

ที่จ.ชัยนาท ถนนสายชัยนาท-ตาคลี (ทาง หลวงหมายเลข 1) บริเวณแยกบ้านหนองจนถึงแยกตาคลี มีน้ำท่วมสูงและไหลแรง จนทำให้รถขนาดเล็กไม่สามารถวิ่งผ่านเส้นทางได้ สำนักงานขนส่งจังหวัดชัยนาท ร่วมกับ แขวงการทางจังหวัดชัยนาท สำนักงานทางหลวงชนบทจังหวัดชัยนาท และห้างหุ้นส่วนจำกัด วีระนันท์ จึงจัดให้มีบริการรถรับ-ส่งประชาชนที่ต้องการไปต่อรถ ณ บริเวณแยกตาคลี เพื่อที่จะเดินทางไปยังจังหวัดนครสวรรค์หรือจังหวัดอื่นๆ ระหว่างเวลา 07.00-10.00 น. และเวลา 16.00-18.00 น.

พิจิตรสั่งย้ายคนแล้ว

ที่จ.พิจิตร สถานการณ์น้ำท่วมที่อ.โพทะเล ยังวิกฤตหนัก หลังจากน้ำจากแม่น้ำยมเอ่อล้นตลิ่ง เข้าท่วมบ้านเรือน ถนนหนทาง 11 ตำบล 97 หมู่บ้านได้รับความเสียหายอย่างหนักชาวบ้านต่างพากันได้รับความเดือดร้อน น้ำท่วมมานานกว่า 2 เดือนแล้ว บ้านเรือนชาวบ้านยังจมอยู่ใต้น้ำ และยังน่าเป็นห่วงอีก 3 ตำบลคือ ต.ทะนง ต.ท้ายน้ำ ต.ท่าเสา เนื่องจากเขื่อนภูมิพลระบายน้ำออกมาจากเขื่อนถึงวันละ 100 ล้านลบ.ม. จึงได้สั่งให้ท้องถิ่นเร่งให้ช่วยชาวบ้านย้ายสิ่งของสัตว์เลี้ยงไว้ที่ปลอดภัย

ปากน้ำโพพนังพัง-น้ำทะลัก

ที่จ.นครสวรรค์ พนังที่กั้นแม่น้ำเจ้าพระยา ใกล้กับต้นน้ำปิง บริเวณตลาดบ่อนไก่ ถูกน้ำซัดพังเป็นแนวยาวกว่า 100 เมตร เนื่องจากเรือหางยาวหันหัวเรือ แล้วหางที่มีใบพัด ตีมาที่แบบไม้กั้นกระสอบทรายบนคันหินคลุก จนแบบไม้หักพังกระสอบทรายหล่นลงมา น้ำจึงไหลทะลักพังคันหินคลุกเข้ามาทันที ทะลักเข้าท่วมตลาดปากน้ำโพ กระแสน้ำไหลเร็วแรง ประชาชนแตกตื่นพากันขี่จักรยานยนต์หลบหนีขึ้นที่สูงกันจ้าละ หวั่น น้ำทะลักเข้าท่วมตลาดปากน้ำโพ และลามทะลักเข้าโรงพยาบาลสวรรค์ประชารักษ์ โดยเจ้าหน้าที่พร้อมหน่วยทหารได้เข้าช่วยนำหินคลุกหลายสิบคันมาเทอุดช่องที่ขาดพร้อมอพยพผู้ป่วย และอุปกรณ์ทางการแพทย์ รวมทั้งประชา ชนขึ้นที่สูง

เผยเพราะเหตุเรือชน

นายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าฯนครสวรรค์ เปิดเผยว่า สาเหตุที่พนังแตกนั้นเนื่องจากมีเรือมาจอดเทียบบริเวณดังกล่าว แล้วกระแทกให้กระสอบทรายเลื่อนออกจากแนว ทำให้น้ำทะลักเข้ามาจำนวนมาก ซึ่งขณะนี้ได้สั่งห้ามการจราจรทางน้ำช่วงบริเวณดังกล่าวแล้ว

พล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว.คมนาคม แถลงกรณีพนังกั้นน้ำที่จังหวัดนครสวรรค์แตกว่า สาเหตุเกิดจากเรือที่ไปส่งของชนพนังกั้นน้ำจึงทำให้พนังกั้นน้ำแตกดังกล่าว ซึ่ง พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 และนายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ เร่งดำเนินการแก้ไขอยู่ ขณะนี้ความสูงของปริมาณน้ำอยู่ที่หัวเกือบ 1 เมตร คาดว่าหากบล็อกแก้ไขได้ก็คงไม่เกิดปัญหาอะไร

พล.อ.อ.สุกำพล กล่าวต่อว่า แต่หากไม่สามารถอุดรอยรั่วของพนังกั้นน้ำได้ ก็คงจะต้องใช้แผน 2 คือการอพยพประชาชนออกนอกพื้นที่ โดยขณะนี้เราได้เตรียมรองรับประชาชนในการอพยพอยู่ 5 แห่งด้วยกัน บริเวณโดยรอบเขากบ และมีการเตรียมอาหารไว้เรียบร้อยแล้ว ส่วนผู้ป่วยนั้นจะนำเครื่องบินที่ไปส่งของนำผู้ป่วยมาด้วย ซึ่งคาดว่าเพียงพอต่อการรองรับประชาชนในพื้นที่ ส่วนผู้ป่วยที่โรงพยาบาล จ.นครสวรรค์ หากเกิดน้ำท่วมสูง ให้นำส่งต่อไปยังโรงพยาบาลในกทม.

เร่งกู้-อพยพวุ่น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่เทคันหินคลุกจากริมแม่น้ำมาสี่แยกวัดโพธาราม และเทต่อจากสี่แยกวัดโพธารามไปตามแนวถนนโกสีย์เหนือเป็นแนวยาวไปถึงสามแยกป้อมหนึ่ง พร้อมกับการซ่อมแนวกั้นน้ำที่พังบริเวณริมแม่น้ำปิงข้างโรงแรมแม่น้ำ

ด้านการจัดเตรียมที่พักสำหรับผู้อพยพ ได้จัดสถานที่ไว้ 7 แห่งคือ ร.ร.นครสวรรค์ ร.ร.อนุบาล เมืองนครสวรรค์ วิทยาลัยอาชีวศึกษานครสวรรค์ วัดคีรีวงศ์ สนามกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ ร.ร.เทคโนภาคเหนือ ร.ร.ประชานุเคราะห์ โดยจัดเตรียมอาหาร น้ำ เครื่องนอน ยารักษาโรค ไว้ให้ทุกที่พักศูนย์อพยพ

น้ำแรงอุดไม่อยู่

ต่อมาเวลา 16.45 น. การควบคุมน้ำที่พังเข้าตลาดปากน้ำโพจากบริเวณตลาดบ่อนไก่ ปริมาณน้ำมากและแรง ประกอบกับระดับน้ำในแม่น้ำกับพื้นตัวตลาดปากน้ำโพมีความต่างกันประมาณ 3 เมตร ทำให้น้ำไหลทะลักเข้าท่วมตัวตลาดปากน้ำโพ ซึ่งน้ำมีปริมาณมาก และมีความแรงของกระแสน้ำ ทำให้คันหินคลุกไม่สามารถต้านทานแรงน้ำไว้ได้ การระดมกำลังคนไม่ทันต่อปริมาณน้ำที่ทะลักเข้ามา จึงต้องยุติการป้องกันน้ำแล้ว

เร่งอพยพคนป่วย

นายวิม รุ่งวัฒนจินดา โฆษกศปภ.แถลงว่า หลังจากอุดช่วงที่แตกช่วงแรกแล้วก็มีจุดแตกที่สองเกิดขึ้น ทำให้น้ำไหลเข้าตัวเมืองนครสวรรค์ จึงประสานหน่วยราชการให้ช่วยซ่อมจุดที่แตกช่วงที่สองนี้ ส่วนประชาชนและหน่วยงานที่ต้องการอพยพประชาชนสามารถดำเนินการได้ภายใน 30 นาที ในจุดที่จังหวัดกำหนด ส่วนแผนสอง ถ้าไม่สามารถอุดพนังตามแนวแม่น้ำเจ้าพระยารอบเขตเทศบาลได้ จำเป็นต้องอพยพประชาชน ไปพื้นที่ 5 จุดที่จัดเตรียมไว้ ส่วนผู้ป่วยร.พ.สวรรค์ประชารักษ์จะย้ายไปที่สนามกีฬากลางจังหวัดนครสวรรค์ เนื่องจากร.พ.ตั้งอยู่ในเขตเมืองจะได้รับผลกระทบจากปริมาณน้ำสูง มีผู้ป่วยจำนวนมาก จึงจำเป็นต้องอพยพย้ายผู้ป่วยก่อน

จมร.พ.สวรรค์ประชารักษ์

ด้านรมว.สาธารณสุขกล่าวว่า จากเหตุการณ์น้ำทะลักเข้าท่วมร.พ.สวรรค์ประชารักษ์ จ.นครสวรรค์ น้ำท่วมบริเวณชั้นล่างอาคารไม่สามารถให้บริการได้ ระดับน้ำสูงประมาณ 60 ซ.ม. แนวโน้มเพิ่มขึ้นอาจถึง 2 เมตร และค่อนข้างเชี่ยว ขณะนี้มีผู้ป่วยนอนรักษา 650 ราย รวมญาติด้วยจะมีประมาณ 2,000 คน โดยมีผู้ป่วยหนักต้องใช้เครื่องช่วยหายใจ 50 ราย ได้ระดมเจ้าหน้าที่ลำเลียงผู้ป่วยหนักไปแล้ว 34 ราย ไปที่ร.พ.ค่ายจิรประวัติ ที่เหลือจะทยอยย้ายไปที่อื่นๆ ต่อไป โดยจะงดให้บริการผู้ป่วยนอก ผู้ป่วยฉุกเฉิน และผู้ป่วยใหม่ชั่วคราว

ปูลุยนครสวรรค์

เมื่อเวลา 14.00 น.น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมด้วยคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมสถานการณ์น้ำท่วมที่ จ.นครสวรรค์ เพื่อตรวจสถานการณ์พนังกั้นน้ำเลียบริมฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาตอนต้นเกิดพังทลายเป็นแนวทางยาวกว่า 100 เมตร โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้สั่งการให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งระดมกำลังสกัดกั้นน้ำและซ่อมแซมจุดที่พังทลายให้ได้ แต่หากไม่ได้ให้วางแนวป้องกันรักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ย่านเศรษฐกิจไว้ให้ได้มากที่สุด

ชุมแสง2ด.ญ.จมดับ

ที่อ.ชุมแสง พ.ต.ท.ชัยวัฒน์ มังคะวัฒน์ รองผกก.สส.สภ.ชุมแสง รับแจ้งเหตุเรือล่ม มีผู้จมน้ำเสียชีวิต 2 ศพ ไม่ได้สติอีก 1 คน จึงไปตรวจสอบ ทราบว่าผู้เสียชีวิต 2 ราย ชื่อ ด.ญ.อมลวรรณ ฤทธิ์ดารา อายุ 4 ขวบ ด.ญ.อรวรรณ ฤทธิ์ดารา อายุ 12 ปี และผู้ที่จมน้ำไม่ได้สติอีก 1 คน ชื่อ ด.ช.ธรรมนูญ ฤทธิ์ดารา อายุ 9 ขวบ ทั้งสามคนเป็นพี่น้องกัน สอบสวนเบื้องต้นทราบว่า เด็กทั้ง 3 ได้พายเรือออกมาพร้อมย่าเพื่อซื้อกับข้าว แต่ถูกกระแสน้ำเชี่ยวกรากซัดเรือล่ม

สุโขทัยน้ำทะลักอีก

ที่จ.สุโขทัย น้ำจาก อ.พรานกระต่าย จ.กำ แพงเพชร ทะลักเข้าท่วมในหลายหมู่บ้านของ ต.หนองจิก อ.คีรีมาศ ซึ่งมีพื้นที่ติดต่อกัน เอ่อล้นเข้าท่วมที่ ม.1, ม.9, ม.11 และ ม.12 สูงกว่า 1 เมตร ราษฎรกว่า 400 หลังคาเรือน ได้รับความเดือดร้อน ต้องขนย้ายข้าวของเครื่องใช้และทรัพย์สินมีค่าหนีน้ำกันจ้าละหวั่นกลางดึก เป็ดที่เลี้ยงไว้ตายกว่า 300 ตัว หมูแม่พันธุ์อีก 5 ตัว

นายประเสริฐ จันทร์แยง นายอำเภอคีรีมาศ กล่าวว่า สถานการณ์น้ำป่าไหลหลากมีแนวโน้มว่าจะมีระดับสูงขึ้นเรื่อยๆ เนื่องจากยังมีฝนตกติดต่อกัน จึงขอเตือนประชาชนในพื้นที่เสี่ยงสองฟากฝั่งของคลองทองแดงและคลองสามพวง ขอให้เตรียมป้องกันสภาวะน้ำป่าไหลหลากและน้ำท่วมฉับพลัน ซึ่งขณะนี้ทางอำเภอได้ประสานไปยังจังหวัด เพื่อขอความช่วยเหลือในเบื้องต้นแล้ว

กำแพงเพชรท่วมพหลฯ

ส่วนที่ จ.กำแพงเพชร หลังจากน้ำแม่น้ำวังไหลเข้าท่วมตัวเมืองตาก และน้ำดังกล่าวไหลผ่านมาที่ อ.วังเจ้า จ.ตาก ซึ่งเป็นเขตติดต่อกับ อ.โกสัมพีนคร จ.กำแพงเพชร ทำให้ทางหลวงหมายเลข 1 หรือถนนพหลโยธินเส้นทางที่จะขึ้นภาคเหนือ บริเวณหน้าที่ว่าการอำเภอโกสัมพีนคร ถูกน้ำท่วมเป็นทางยาวกว่า 500 เมตร ระดับน้ำสูงกว่า 50 ซ.ม. ทำให้การจราจรติดขัด รถเล็กไม่สามารถผ่านได้

นายวันชัย สุทิน ผู้ว่าฯ กำแพงเพชร ได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมราษฎรที่ประสบปัญหาน้ำท่วมบ้านที่ ม.ที่ 1 บ้านลานดอกไม้ตก อ.โกสัมพีนคร พบว่า บ้านถูกน้ำท่วมสูงบางแห่งสูงกว่า 1 เมตร บ้านบางหลังสูงระดับเอว ซึ่งส่วนใหญ่ไม่สามารถอยู่ในบ้านได้ ทางอำเภอต้องอพยพราษฎรไปอยู่ในที่ปลอดภัย

เขื่อนโคราชเร่งระบายน้ำ

จ.นครราชสีมา ม.ล.อนุมาศ ทองแถม ผอ. สำนักชลประทานที่ 8 นครราชสีมา ขณะนี้เขื่อนลำตะคอง อ.สีคิ้ว เขื่อนลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย เขื่อนลำแชะ และ เขื่อนมูลบน อ.ครบุรี มีน้ำเต็ม 100 เปอร์เซ็นต์แล้ว ต้องระบายน้ำจากเขื่อนลำตะคอง และเขื่อนลำพระเพลิง ในอัตราวันละประมาณ 1 ล้านลบ.ม ส่วน เขื่อนลำแชะ และ เขื่อนมูลบน ยังชะลอการพร่องน้ำ เกรงจะส่งผลกระทบในพื้นที่ลุ่มน้ำมูล จึงเกิดน้ำท่วมในพื้นที่รอบตัวเขื่อน สูง 50-70 ซ.ม. จึงขอเตือนประชา ชน ที่อยู่ท้ายเขื่อน เตรียมอพยพสิ่งของเครื่องใช้ไปอยู่ที่สูง ส่วนที่ระบุว่าเขื่อนลำตะคองแตก หรือชลประทานปล่อยน้ำมาท่วมเขตตัวเมืองไม่เป็น ความจริงแต่อย่างใด


ดูข่าวอัพเดทเพิ่มเติมที่ หมวด ข่าวอื่นๆ  ตามลิ้งค์นี้นะครับ

http://www.usnzone.com/forum/forum-97-1.html
มธ.ท่าพระจันทร์เร่งสร้างคันกั้น หวังรับมือน้ำท่วม

เมื่อวันที่ 11 ต.ค. ที่มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ผู้สื่อข่าว‘ข่าวสด’รายงายว่า บรรดาเจ้าหน้าที่ต่างเร่งสร้างคันกั้นน้ำบริเวณศาลเจ้าแม่สิงโต โรงอาหารกลางคณะเศรษฐศาสตร์ เพื่อป้องกันน้ำท่วมมหาวิทยาลัย



นายอุดม รัฐอมฤต รองอธิการบดีฝ่ายบริหาร กล่าวว่า มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์เตรียมพร้อมรับมือปัญหาน้ำท่วม โดยให้เจ้าหน้าที่สร้างคันกั้นน้ำที่มีความสูงถึง 1.50 เมตร บริเวณศาลเจ้าแม่สิงโต โรงอาหารกลาง คณะเศรษฐศาสตร์ แต่เดิมมหาวิทยาลัยประมาณการว่าสามารถรับมือกับปริมาณน้ำได้อย่างเต็มที่ เพราะถ้าน้ำท่วมสูงกว่าแนวที่กั้นไว้ นั่นหมายถึงน้ำจะท่วมกทม.ทั้งหมด ซึ่งในตอนนี้คันกั้นน้ำที่กำลังสร้างใหม่นั้น มีความสูงเท่ากับแนวคันตลิ่งทั้งหมด เนื่องจากระดับความสูงจากพื้นอยู่ที่ 1 เมตร แต่ว่าในพื้นที่แต่ละจุดมีความสูงต่ำไม่เท่ากัน



นายอุดม กล่าวอีกว่า ตอนนี้เราเชื่อมั่นว่าสามารถป้องกันน้ำที่จะเข้ามาภายในมหาวิทยาลัยได้แน่นอน รวมทั้งยังไปรึกษากับหลายฝ่าย ไม่ว่าจะเป็น งานระบายน้ำของ กทม. และได้รับการยืนยันว่าไม่มีปัญหา อีกทั้งหารือกับเจ้าหน้ากรมชลประทานในเรื่องของระดับน้ำที่ปล่อยลงมา ขณะนี้ทุกฝ่ายจึงเชื่อมั่นว่า ถ้าฝนไม่ตกมากจนผิดปกติ และน้ำที่ปล่อยมาจากทางเหนือมีปริมาณไม่มากเกินไป ก็คิดว่าเราสามารถป้องกันได้
เปิดศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับผู้ประสบภัยน้ำท่วมในพื้นที่กทม.

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 11 ต.ค. ผู้สื่อข่าว‘ข่าวสด’รายงานว่า กทม.จัดเตรียมศูนย์พักพิงชั่วคราวให้กับชาวบ้านผู้ประสบภัยน้ำท่วมและชุมชนที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงรวมทั้งสิ้น 191 ชุมชน จำนวน 78 ศูนย์อพยพ ใน 4 เขตฝั่งตะวันออกของกรุงเทพมหานคร ได้แก่ 1. เขตมีนบุรี จำนวน 31 ชุมชน มีสถานที่รองรับผู้ได้รับผลกระทบ 10 แห่ง ประกอบด้วย 1. โรงเรียนบึงขวาง (มหาดไทยอุปถัมภ์) 2. โรงเรียนวังเล็กวิทยานุสรณ์ (คลองสี่) 3. โรงเรียนคลองสาม 4. โรงเรียนสุเหร่าทรายกองดิน 5. โรงเรียนศาลาคู้ 6. โรงเรียนบ้านเกาะ 7. โรงเรียนบ้านเกาะ 8.วัดใหม่ลำนกแควก 9.โรงเรียนคลองสองต้นนุ่น และ 10.โรงเรียนสุเหร่าแสนแสบ ทั้งนี้ สามารถประสานได้ที่นางเฉลิมศรี เฉียงอุทิศ เจ้าหน้าที่เขตมีนบุรี เบอร์โทรศัพท์ 08 7980 3681 2. เขตหนองจอก จำนวน 73 ชุมชน มีสถานที่รองรับผู้ได้รับผลกระทบ 32 แห่ง ประกอบด้วย 1. โรงเรียนวัดแสนเกษม 2. โรงเรียนวัดใหม่เจริษราษฎร์ 3. โรงเรียนวัดพระยาปลา 4. โรงเรียนวัดหนองจอก (ภักดีนรเศรษฐ) 5. โรงเรียนสามแยกท่าไข่ 6. โรงเรียนนีลราษฎร์อุปถัมภ์ 7. โรงเรียนสุเหร่าศาลาแดง 8. โรงเรียนหลวงแพ่ง 9. โรงเรียนสุเหร่าหะยีมินา 10.โรงเรียนสุเหร่าใหม่ 11. โรงเรียนบ้านลำต้นกล้วย 12. โรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร 13. โรงเรียนวัดสามง่าม 14. โรงเรียนสุเหร่าคลองเก้า 15. โรงเรียนสุเหร่าคลองสิบ 16. โรงเรียนสุเหร่าคลองสิบเอ็ด 17. โรงเรียนลำบุหรี่พวง 18. โรงเรียนวัดสีชมพู 19. โรงเรียนอิสลามลำไพร 20. โรงเรียนบ้านเจียรดับ 21. โรงเรียนวัดทรัพย์สโมสร 22. โรงเรียนสุเหร่านาดับ 23. โรงเรียนวัดลำต้อยติ่ง 24. โรงเรียนศิริวังวิทยาคาร 25. โรงเรียนวัดใหม่กระทุ่มล้ม 26. โรงเรียนวัดราษฎร์บำรุง 27. โรงเรียนวัดใหม่เจริญราษฎร์ 28. โรงเรียนสุเหร่าบ้านเกาะ 29. โรงเรียนลำบุหรี่พวง 30. โรงเรียนหนองจอกพิทยานุสรณ์ 31. โรงเรียนสิริวังวิทยาคาร และ 32. โรงเรียนสังฆประชานุสรณ์ ทั้งนี้ สามารถประสานได้ที่ นายดำรงค์ รื่นสุข เจ้าหน้าที่เขตหนองจอก เบอร์โทรศัพท์ 08 1648 5557

3. เขตลาดกระบัง จำนวน 32 ชุมชน มีสถานที่รองรับผู้ได้รับผลกระทบ 16 แห่ง ประกอบด้วย 1. โรงเรียนวัดบึงบัว 2. โรงเรียนวัดสุทธาโภชน์ 3. โรงเรียนลำพะอง 4. โรงเรียนวัดทิพพาวาส 5. โรงเรียนวัดบึงบัว 6. โรงเรียนวัดลาดกระบัง 7. โรงเรียนวัดปลูกศรัทธา 8. โรงเรียนวัดบำรุงรื่น 9. โรงเรียนวัดราชโกษา 10. โรงเรียนประสานสามัคคี 11. โรงเรียนวัดพลมานีย์ 12. โรงเรียนวัดสุทธาโภชน์ 13. โรงเรียนแสงหิรัญ 14. โรงเรียนตำบลขุมทอง  15. โรงเรียนตำบลขุมทอง และ 16. โรงเรียนสุเหร่าลำนายโส ทั้งนี้ สามารถประสานได้ที่ นายโฆษิต ธรรมโฆษิต เจ้าหน้าที่เขตลาดกระบัง เบอร์โทรศัพท์ 08 69801 6439 4. เขตคลองสามวา จำนวน 55 ชุมชน มีสถานที่รองรับผู้ได้รับผลกระทบ 20 แห่ง ประกอบด้วย โรงเรียนวัดบัวแก้วสุเหร่าคลองหนึ่ง 1. โรงเรียนประชาราษฎร์อุปถัมภ์สุเหร่าคลอง1 2. โรงเรียนสุเหร่าคลองหนึ่ง 3. โรงเรียนสุเหร่าสามวา  4. โรงเรียนวัดสุขใจ 5. โรงเรียนวัดศรีสุก 6. โรงเรียนสุเหร่าคลองสี่ 7. โรงเรียนวัดลำกระดาน 8. โรงเรียนวัดสุทธิสะอาด 9. โรงเรียนสุเหร่าคลองสี่ 10. โรงเรียนวัดสุทธิสะอาด 11. โรงเรียนบ้านแบนชะโด 12. โรงเรียนวัดแป้นทอง 13. โรงเรียนวัดพระยาสุเรนทร์ 14. โรงเรียนวัดบัวแก้ว 15. โรงเรียนวัดบัวแก้ว วัดสุขใจ วัดสุทธิสะอาด 16. โรงเรียนสุเหร่าแสบแสบ 17. โรงเรียนสุเหร่าเกาะขุนเณร 18. โรงเรียนสุเหร่าเกาะขุนเณร 19.โรงเรียนวัดบัวแก้ว และ 20.โรงเรียนบ้านแบนชะโด ทั้งนี้ สามารถประสานได้ที่ นายชลอ เฉียงอุทิศ เจ้าหน้าที่เขตคลองสามวา เบอร์โทรศัพท์ 087-017-0111  

สำหรับ 13 เขตที่อยู่นอกแนวคันกั้นน้ำริมแม่น้ำเจ้าพระยา จำนวน 27 ชุมชน กทม.ได้เตรียมศูนย์อพยพจำนวน 23 ศูนย์อพยพ พร้อมจัดกำลังเจ้าหน้าที่รวมถึงนักสังคมสงเคราะห์คอยดูแล ประกอบด้วย 1. โรงเรียนวัดสร้อยทอง ประสานได้ที่นายนพดล วรวิชา เบอร์โทรศัพท์ 08 3425 8944 2. โรงเรียนมัชฌันติการาม 3. โรงเรียนวัดจันทรสโมสร ประสานได้ที่ ว่าที่รอ.ตรีทรงศร กัลยาสุนทร เบอร์โทรศัพท์ 08 6060 2211 4. โรงเรียนวัดราชผาติการาม 5. โรงเรียนวัดเทวราชกุญธร 6. วัดอินทรวิหาร ประสานได้ที่ นายถวิล ทวีวัน เบอร์โทรศัพท์ 08 1929 8622 7. วัดมหาธาตุ 8.โรงเรียนวัดพระเชตุพน 9. วัดปทุมคงคา ประสานได้ที่ นายสมบัติ พหุรวงษ์ เบอร์โทรศัพท์ 08 9992 6329 10. โรงเรียนวัดจันทร์ใน ประสานได้ที่ นางพรพิมล ม่วงศรีจันทร์ เบอร์โทรศัพท์ 08 1925 0383 11. โรงเรียนวัดลาดบัวขาว 12.โรงเรียนวัดบางโคล่นอก 13. โรงเรียนวัดจันทร์นอก 14. โรงเรียนวัดช่องลม ประสานได้ที่ นายมานะชัย กฤตอำไพ เบอร์โทรศัพท์ 08 6335 9584 15. วัดสะพาน 16. โรงเรียนวัดฉัตรแก้วจงกลนี ประสานได้ที่ นางฤทธิพร ชัยสุรินทร์ เบอร์โทรศัพท์ 08 6765 7889 17. โรงเรียนวัดดุสิต ประสานได้ที่ นางอริษา แสวงผล เบอร์โทรศัพท์ 08 1643 2775 18. โรงเรียนมัธยมวัดดุสิต 19. โรงเรียนสตรีวัดระฆัง 20. โรงเรียนวัดกัลยาณมิตร ประสานได้ที่ นายยงยุทธ ศรัทธาธรรมกุล เบอร์โทรศัพท์ 08 1820 8886 21. วัดเศวตฉัตร ประสานได้ที่ นายสุภกิจ สุรจินตนาภรณ์ เบอร์โทรศัพท์ 08 1823 5534 22. โรงเรียนวัดบางปะกอก ประสานได้ที่ นายสมนึก การีมี เบอร์โทรศัพท์ 08 9789 8390 และ 23. โรงเรียนวัดปุรณาวาส ประสานได้ที่ นายวิชาญ เหรียญวิไลรัตน์ เบอร์โทรศัพท์ 08 1700 6968

นอกจากนี้ยังเตรียมโรงเรียนฝึกอาชีพกรุงเทพมหานคร 10 แห่ง เป็นศูนย์พักพิง ประกอบด้วย 1. ร.ร.ฝึกอาชีพกทม. (ดินแดง 1 ) เขตดินแดง โทร. 0 2246 1592 2. ร.ร.ฝึกอาชีพกทม. (ดินแดง 2) เขตดินแดง โทร. 0 2246 5769  3. ร.ร.ฝึกอาชีพกทม. (อาทร สังขะวัฒนะ) เขตทุ่งครุ โทร. 0 2426 3653 4. ร.ร.ฝึกอาชีพกทม. (บ่อนไก่) เขตปทุมวัน โทร. 0 2251 7950  5. ร.ร.ฝึกอาชีพกทม. (บางรัก) เขตบางรัก โทร. 0 2236 6929 6. ร.ร.ฝึกอาชีพกทม. (หลวงพ่อทวีศักดิ์ฯ) เขตหนองแขม โทร. 0 2429 3573  7. ร.ร.ฝึกอาชีพกทม. (คลองเตย) เขตคลองเตย โทร. 0 2240 0009 8. ร.ร.ฝึกอาชีพกทม. (ม้วน บำรุงศิลป์) เขตลาดพร้าว โทร. 0 2514 1840  9. ร.ร.ฝึกอาชีพกทม. (หนองจอก) เขตหนองจอก โทร. 0 2543 2903 10. ร.ร.ฝึกอาชีพกทม. (กาญจนสิงหาสน์อุปถัมน์) เขตตลิ่งชัน โทร. 0 2410 1012

หากประชาชนได้รับความเดือดร้อนและมีความประสงค์ที่จะอพยพให้ประสานเจ้าหน้าที่ศูนย์อพยพ เพื่อให้ความช่วยเหลือหรือโทรสายด่วนกทม. 1555 และตรวจสอบข้อมูลน้ำท่วมได้ที่หมายเลขโทรศัพท์ 02-248-5115
พบผู้ประสบภัยน้ำท่วมเสี่ยงฆ่าตัวตาย1400 ราย

“รมช.ต่อพงษ์” เผยพบผู้ประสบภัยน้ำท่วมเสี่ยงฆ่าตัวตาย 1400 ราย ห่วงผู้ประสบภัยเครียด

รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข เผยขณะนี้ พบผู้ประสบภัยน้ำท่วมเสี่ยงฆ่าตัวตาย 1400 คน แนะนำผู้ประสบภัยให้อยู่เป็นกลุ่ม พูดคุยระบายความเครียดกับคนใกล้ชิด คนรอบข้าง หากยังเครียดมาก นอนไม่หลับ หรือพบคนมีอาการเสี่ยงฆ่าตัวตาย ขอให้แจ้งอสม. เจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือพาไปรับคำปรึกษาที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อป้องกันการฆ่าตัวตาย

วันนี้ (7 ตุลาคม 2554) ที่กระทรวงสาธารณสุข จ.นนทบุรี นายต่อพงษ์  ไชยสาส์น รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงสาธารณสุข ให้สัมภาษณ์การให้ความช่วยผู้ประสบภัยน้ำท่วม ด้านสุขภาพจิต ว่า ขณะนี้มีประชาชนเครียดมากขึ้นตามระดับน้ำที่ท่วมมากขึ้น กรมสุขภาพจิตรายงานจนถึงวันนี้มีผู้ที่เสี่ยงฆ่าตัวตายประมาณ 1400 คน แนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ น่าเป็นห่วงเป็นอย่างยิ่ง สำหรับแนวทางที่จะลดความเสี่ยงการฆ่าตัวตาย จิตแพทย์ได้แนะนำว่า ให้อยู่เป็นกลุ่ม อย่าอยู่คนเดียว หากรู้สึกว่าตัวเองอยู่ในวังวนของความซึมเศร้า ให้พูดคุยกับญาติ คนใกล้ชิด หรือคนรอบข้าง เพื่อระบายความเครียดออกมา หากไม่ดีขึ้น ยังรู้สึกเครียดมาก นอนไม่หลับ ขอให้ไปรับคำปรึกษาจากเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ที่ออกให้บริการดูแลทั้งสุขภาพกายและจิต เพื่อป้องกันไม่ให้ความเครียดสะสมจนเกิดภาวะซึมเศร้า เสี่ยงต่อการฆ่าตัวตาย

          นอกจากนี้ ขอให้ช่วยกันสังเกตบุคคลที่อยู่รอบข้าง ว่ามีพฤติกรรมเปลี่ยนแปลงไปหรือไม่  เช่น ซึมเศร้ามาก ไม่พูดจากับใคร นิ่งเฉยหมดอาลัยตายอยาก ไม่หลับไม่นอน หรือบ่นว่าไม่อยากมีชีวิตอยู่ หากพบขอให้แจ้งอสม.หรือเจ้าหน้าที่สาธารณสุข หรือพาไปพบจิตแพทย์ นักจิตวิทยาที่หน่วยแพทย์เคลื่อนที่ เพื่อให้การช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที
"สามโคก" ปทุมธานี แนวกันน้ำพังหลายจุด-น้ำทะลักท่วมหนัก-ชาวบ้านฮือประท้วง

เวลา 21.00.น. วันที่ 11 ต.ค. ผู้สื่อข่าว "ข่าวสด" รายงานว่า แนวเขื่อนกระสอบทรายได้แตกพังทลายในเขตพื้นที่ของ อ.สามโคก หลายจุด โดยเฉพาะบริเวณชุมชนวัดไก่เตี้ย ชุมชนวัดสะแก คอสะพานคลองควายมี ต.คลองความ ต.กระแซง ต.เชียงรากน้อย  อ.สามโคก เกิดกระแสน้ำเข้าท่วมอย่างหนัก



เจ้าหน้าที่จังหวัดและเจ้าหน้าที่อาสาสมัครมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ต้องใช้รถยนต์สูงเข้าช่วยเหลืออพยพประชาชนหลายร้อยคนออกจากจุดดังกล่าวแล้วตั่งแต่เกิดเหตุที่ผ่านมา กระทั่งเกิดเหตุโกลาหลอยู่ที่บริเวณหน้าหมู่บ้านกฤษณา อ.สามโคก ที่อยู่ติดถนนปทุมธานี-สามโคก มีชาวบ้านในจุดดังกล่าวจำนวน 400คน รวมตัวปิดถนนทั้งขาเข้าขาออกประท้วงการทำงานของทางเจ้าหน้าที่ อบจ.และ อบต. ในพื้นเลือกปฎิบัติปล่อยให้น้ำท่วมบริเวณดังกล่าวแต่ที่อื่นไม่ท่วม ทำให้การช่วยเหลือประชาชนในจุดที่แนวกั้นเขื่อนกระสอบทรายแตกชุมชนวัดไก่เตี้ย  ชุมชนวัดสะแก คอสะพานคลองควาย มี ต.คลองความ ต.กระแซง ต.เชียงรากน้อย  อ.สามโคก ต้องหยุดชะงักลง เนื่องจากต้องการกลุ่มผู้ชุมนุมต้องการพบผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานีให้จัดการเรื่องดังกล่าวด่วน

ผู้สื่อข่าวแจ้งว่า ในจุดเกิดเหตุดังกล่าว นายสุรพงษ์ อึ้งอัมพรวิไล รมช.กระทรวงศึกษาธิการ เข้าเจรจากับประชาชนแล้วซึ่งผ่านมากว่า 3ชั่วโมงยังไม่สามารถตกลงกันได้

ส่วนที่ อ.เมือง ผู้สื่อข่าวรายงานว่ามีแนวเขื่อนกั้นน้ำบริเวณริมน้ำเจ้าพระยาหน้าศาลากลางหลังเก่าแตก จุดดังกล่าวมีเจ้าหน้าที่ที่กำลังบรรจุกระสอบทรายต่างวิ่งหนีโกลาหลซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการซ่อมแซม ส่วนที่หน้าวัดหงษ์ปทุมมาวาส ต.บางปรอก ได้มีแนวเขื่อนกั้นน้ำแตกอีกรอบซึ่งเป็นครั้งที่สาม แต่เจ้าหน้าที่ทหารและชาวบ้านสามารถซ่อมแซมได้แล้ว

เวลา 22.00 น. บริเวณถนนด้านข้างประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าว หมู่ 3 ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี แนวคันกระสอบทรายที่กั้นแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณด้านหน้าบริษัท ผลิตน้ำประปาของบริษัทเอกชน เกิดพังลงเป็นแนวยาว 50 เมตร ส่งผลทำให้น้ำทะลักเข้าท่วมพื้นที่ใน ต.บ้านปทุม และ ต.เชียงรากใหญ่ เจ้าหน้าที่ยังไม่สามารถปิดรอยพังดังกล่าวได้ เนื่องจากเครื่องจักรและกำลังคนต้องไปช่วยกันซ่อมแซมรอยพังที่คอสะพานคลองบ้านพลับ และคอสะพานคลองควาย เจ้าหน้าที่ต้องประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านที่อยู่ในพื้นที่ใกล้เคียงขนของขึ้นที่สูง และเฝ้าระวังดูระดับน้ำ เนื่องจากปริมาณน้ำจำนวนมากจะไหลเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และไหลลงคลองเปรมประชากรต่อไป ซึ่งจะส่งผลทำให้น้ำในคลองเปรมประชากรเอ่อล้นคลองแล้ว
‘ยิ่งลักษณ์’น้ำตาคลอ ช่วย“น้องนาย”เจอแม่หลังพลัดพรากขณะน้ำท่วมนิคมโรจนะ



ที่ศูนย์ปฏิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ (ดอนเมือง) พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ รรท.ผบ.ตร.ได้นำ น.ส.สุพรรณษา โสภาค อายุ 31 ปี ชาวขอนแก่น พร้อมด้วย “น้องนาย” ด.ช.สุกิจ แสงโสม อายุ 6 เดือน บุตรชายที่พลัดพรากกันในระหว่างเกิดเหตุการณ์น้ำท่วมจังหวัดพระนครศรีอยุธยา มาขอบคุณ น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ที่ได้สั่งการให้ความช่วยเหลือจนสามารถทำให้ทั้งแม่และลูกได้พบกัน ทั้งนี้ น.ส.ยิ่งลักษณ์ได้เข้าปลอบโยน แสดงความดีใจที่ทั้งสองคนได้พบกันอย่างปลอดภัย รวมถึงได้สอบถามความเป็นอยู่ของ น.ส.สุพรรณษา ก่อนจะขออุ้ม “น้องนาย” เพื่อปลอบขวัญ พร้อมมอบสิ่งของให้

โดยนายกรัฐมนตรีได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ศูนย์ Call center ที่รับโทรศัพท์จากน.ส.สุพรรณษาที่โทรเข้ามาขอความช่วยเหลือว่า ต้องขอบคุณเจ้าหน้าที่ศูนย์ Call center ที่รับสายและพยายามตามเรื่อง โดยศูนย์ดังกล่าวได้แยกหมวดหมู่ของการให้ความช่วยเหลือกับผู้ที่เดือดร้อนที่มีการแจ้งเข้ามา ซึ่งกรณีของน.ส.สุพรรณษานั้นได้โทรศัพท์เข้ามาพร้อมแจ้งว่าลูกหาย ทาง ศปภ.จึงได้ประสานงานกับเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ค้นหาจนพบ ซึ่งน้องนายไม่ได้ดื่มนมมาถึง 3 วัน ก็ต้องขอแสดงความดีใจที่ลูกได้อยู่กับแม่ของตัวเอง

ด้าน น.ส.สุพรรณษา กล่าวว่า ตนเป็นชาวขอนแก่น เดินทางมาทำงานในนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยเลิกกับพ่อของน้องนายตั้งแต่น้องนายยังอยู่ในท้อง ตนมาทำงานที่นิคมโรจนะ และนำน้องนายไปจ้างเลี้ยงไว้ที่ห้องทำงานในนิคมฯ พอเกิดน้ำท่วมก็ไม่สามารถกลับไปรับลูกได้ เพราะช่วงนั้นน้ำไหลแรงมาก ติดต่อกับลูกไม่ได้ไม่รู้จะทำอย่างไร ร้องไห้ตลอดและมีคนบอกให้โทรศัพท์มาที่ ศปภ. จึงได้ลองติดต่อเข้ามา ดีใจมากที่เจ้าหน้าที่ตำรวจน้ำและเจ้าหน้าที่ทุกๆฝ่ายติดต่อมาบอกว่าเจอน้องนายแล้ว “ดีใจจนพูดไม่ถูก ขอขอบคุณท่านนายกฯ เจ้าหน้าที่ทุกๆคน หนูจะไม่ลืมพระคุณในครั้งนี้”

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ถึงกับน้ำตาคลอเมื่อรับฟังเรื่องราวจากน.ส.สุพรรณษา พร้อมให้กำลังใจ ก่อนจะขอบคุณพล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ที่ได้ช่วยจนสามารถทำให้แม่และลูกได้พบกัน
ทหารกั้นกระสอบ2ชั้นริมคลองมหาสวัสดิ์ สกัดน้ำเข้ากทม.ชั้นใน

เมื่อ 12 ต.ค. เจ้าหน้าที่ทหารเรือ นำกระสอบทรายกั้นน้ำ 2 ชั้น ภายในวัดปุรณาวาส เขตทวีวัฒนา ติดคลองมหาสวัสดิ์ เพื่อกั้นน้ำจากคลองมหาสวัสดิ์ ที่จะล้นเข้าท่วมบ้านเรือนประชาชน และสกัดไม่ให้น้ำทะลักลามเข้าเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ขณะที่น้ำภายในคลองมหาสวัสดิ์เพิ่มระดับสูงขึ้นแล้ว

น้ำจ่อทะลักเข้า อ.เมืองปทุมฯใน 12 ชม. ถนนหลายสายวิกฤต



สถานการณ์น้ำท่วมล่าสุด นายพีระศักดิ์ หินเมืองเก่า ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี กล่าวว่า น้ำกำลังจ่อที่อำเภอเมืองภายใน 12 ช.ม.ซึ่งปทุมฯ เป็นด่านป้องกันของกรุงเทพฯขอประกาศภาวะฉุกเฉิน เขตอำเภอเมือง และพื้นที่ทั้งหมดใน จ.ปทุมธานี เพื่อทุกฝ่ายจะได้ระดมเข้าไปช่วย เพราะมีทรายพร้อมแล้ว ทหารพร้อมแล้ว แต่ประชาชนไม่ยอมให้เพิ่มคันกั้นน้ำ

หากประกาศ ภาวะฉุกเฉิน จะสามารถทำกำแพงกันได้ ถ้าสถานการณ์ในปัจจุบันได้สั่งเสริมคันอีก 50 เซนติเมตรที่เป็นรอยต่อกรุงเทพฯ ได้ทำให้เสร็จก่อนวันที่ 15 ต.ค. แต่ตนเกรงน้ำทะลักจากแม่น้ำเจ้าพระยาเข้าตัวเขตเมืองจะป้องกันได้ไม่ถึงวันที่ 15 ต.ค.นี้

นายชาญ พวงเพ็ชร นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดปทุมธานี กล่าวถึง สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ว่า ขณะนี้ระดับน้ำเข้าขั้นวิกฤติ มีน้ำทะลักผ่านพนังกั้นน้ำในหลายจุดของ อ.สามโคก โดยฝั่งตะวันตก น้ำได้ทะลักเข้าสู่ถนนสามโคก-ท้ายเกาะ เลียบแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งในขณะนี้ ถนนไม่สามารถใช้การได้ และน้ำบางส่วนได้เข้าสู่ถนนสามโคก-เสนา หากน้ำเข้ามามากกว่านี้ ก็จะส่งผลกระทบต่อ อ.ลาดหลุมแก้ว และ อ.เมือง บางส่วน ส่วนด้านตะวันออกของ อ.สามโคก น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา ไหลทะลักเข้าสู่คลองบ้านพร้าว และหากจุดนี้ยังไม่สามารถอุดกระแสน้ำได้ ก็จะทะลักเข้าสู่ อ.ธัญบุรี คลองหลวง ลำลูกกา และ อ.เมือง บางส่วน อย่างไรก็ตาม จากการประเมินสถานการณ์ในขณะนี้ ระดับน้ำอาจจะส่งผลกระทบถึง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต ซึ่งเป็น ศูนย์พักพิงชั่วคราวของผู้ประสบอุทกภัย แต่ทุกศูนย์อพยพ ก็มีแผนป้องกันน้ำท่วมในพื้นที่ไว้แล้วเช่นกัน
นครสวรรค์ประกาศภัยพิบัติฉุกเฉิน สั่งตัดไฟทั้งเมือง

ผู้สื่อข่าวรายงานสถานการณ์น้ำท่วม จ.นครสวรรค์ ว่า ล่าสุดสถานการณ์ที่ จ.นครสวรรค์เข้าสู่วิกฤตแล้ว เมื่อมีน้ำทะลักเข้าท่วมศาลากลาง จ.นครสวรรค์ โดยนายชัยโรจน์ มีแดง ผู้ว่าราชการจังหวัดนครสวรรค์ ได้ประกาศภัยพิบัติฉุกเฉิน และสั่งการดังนี้ 1.คนที่น้ำยังไม่ท่วมให้ขนของขึ้นชั้น 2 ไว้ก่อน 2.รถให้เอาไว้ที่สูง ใกล้สุดคือสนามกีฬา สะพานเดชาติวงศ์ และศูนย์ราชการต่างๆ 3.เตรียมตัวแพ็คของจำเป็นใส่กระเป๋าเตรียมพร้อมอพยพ 4.ทางการจะเตรียมรถทหาร รถของทาง อบจ. และรถของทางหลวงชนบท โดยเพื่อความปลอดภัยต้องทำให้เสร็จภายในเที่ยงวันนี้



นายชัยโรจน์ กล่าวว่า ขณะนี้น้ำกำลังวิกฤตสุด มีน้ำสามด้าน น้ำนอกแนวกำแพง น้ำระบบน้ำใต้ดินอุดท่อไม่ได้ น้ำที่อยู่ด้านหลังข้ามถนนพลโยธิน อพยพคน 17 ชุมชนจำนวน 2.2 หมื่นคนแล้ว โดยให้ประชาชนเตรียมขนของไว้ชั้นบนแล้วไปอยู่ในที่ปลอดภัยแล้ว ซึ่งกองทัพภาค 3 เข้ามาดำเนินการช่วยเหลือต่อเนื่อง ทั้งนี้ศูนย์ราชการกำลังมีน้ำระดับน้ำทะลักเข้ามาคาดว่าสูง 1.50 เมตร ได้เตรียมหาที่ปลอดภัย และต้องปิดถนนเข้านครสวรรค์ทั้งหมด เพื่อเตรียมอพยพคน ส่วนคันกั้นน้ำที่ยังมีอยู่ไม่ได้ป้องกันแต่ได้ชะลอเวลาน้ำไว้ ขณะนี้ใช้ฮ.ของเกษตรและฮ.ของกองทัพภาค 3 มาช่วย อพยพคนป่วยไปโรงพยาบาลพิษณุโลก

ทั้งนี้ศปภ.จะลำเลียงไฟฉายปั่นไฟได้สองร้อยตัวมามอบให้ และขอใช้ฮ.ประกาศให้คนอพยพออกจากบ้านเรือนโดยเร็วที่สุด หลังสั่งให้ตัดไฟทั้งเมือง นายกฯได้สั่งการให้กองทัพอากาศไปช่วย ร่วมกับกำลังตำรวจ 191 ขอทุกสรรพกำลังไปช่วย จ.นครสวรรค์ก่อน
พระเทพทรงแนะ กู้อยุธยา ผันน้ำลง2ทุ่งใหญ่

ทุกข์ซ้ำขาดอาหาร-ขยะล้นเมือง ศปภ.เร่งอพยพ-ชี้หนักกว่าสึนามิ "บางบัวทอง-ปากเกร็ด-รังสิต"จม มาร์ครุดพบปูร่วมถกแก้น้ำท่วม



สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯทรงเยี่ยมประชาชนที่ประสบอุทกภัย ภายในศูนย์อพยพชั่วคราวมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา วันที่ 11 ต.ค.

สมเด็จพระเทพฯ เสด็จฯทรงเยี่ยมผู้ประสบอุทกภัยน้ำท่วม จ.พระนครศรีอยุธยา รับสั่งกรมเจ้าท่าเร่งจัดเรือท้องแบนช่วยเหลือพร้อมลอกคลองระบายน้ำลงทะเล ดูแลอาหารน้ำดื่มให้เพียงพอ ทรงห่วงเรื่องนมเด็กเล็กไม่เพียงพอ แนะผันน้ำลงทุ่งมะขามหย่อง และทุ่งภูเขาทอง แก้น้ำท่วมกรุงเก่า "ปู"นั่งหัวโต๊ะประชุมครม. ไม่หยุดชดเชย 12-14 ต.ค. สั่งทุกกระทรวงหั่นงบช่วยน้ำท่วม บินดูปัญหาอยุธยา สั่งเร่งช่วยทารกหายจนพบ กรุงเก่ายังวิกฤต จมขยะนับ 10 ตัน อาหารเริ่มหมดจนเริ่มปล้นเซเว่นฯแล้ว "นครปฐม"เอกชนเร่งดันน้ำท่าจีนเอง

"ปู" ไม่ประกาศวันหยุด

เวลา 08.15 น. วันที่ 11 ต.ค. ที่ท่าอากาศยานดอนเมือง น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ก่อนการประชุมครม. ถึงกระแสข่าวรัฐบาลจะประกาศให้วันที่ 12-14 ต.ค. เป็นวันหยุดราชการว่า ไม่อยากให้ข้าราชการหยุดทั้งหมด ไม่เช่นนั้นจะมีปัญหาว่าใครจะเป็นผู้ดูแลประชาชน ดังนั้นอาจพิจารณาให้เฉพาะข้าราชการที่มีปัญหาเรื่องน้ำท่วมเท่านั้นที่หยุดได้ เพราะถ้าเราปล่อยให้ข้าราชการหยุดหมดแล้วใครจะทำงาน

ไม่ต้องใช้พรก.ฉุกเฉิน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดทั้งวัน น.ส.ยิ่งลักษณ์ มีสีหน้าเคร่งเครียด คาดว่าน่าจะมาจากการรายงานสถานการณ์น้ำที่กำลังทะลักเข้าเขตจ.ปทุมธานี และเขตกทม. ซึ่งเสี่ยงกับน้ำท่วมกทม.มาก โดยน.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวสั้นๆ ว่า จะขอประชุมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และบ่ายวันเดียวกัน จะขึ้นเฮลิคอปเตอร์เพื่อตรวจดูสถานการณ์น้ำในเขตจ.ปทุมธานี ส่วนเรื่องประกาศพ.ร.ก.ฉุกเฉิน เรามีกฎหมายรองรับในการทำงานอยู่แล้ว

สำหรับสถานการณ์ที่ศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) ยังมีประชาชนเดินทางมามอบของบริจาคต่อเนื่อง โดยเจ้าหน้าที่ทยอยกันแพ็กของส่งให้ผู้ประสบภัยในที่ต่างๆ

"ปู"ดีใจมาร์คเยี่ยมศปภ.

เวลา 12.25 น. นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมคณะ เดินทางเยี่ยมศปภ. พร้อมเสนอให้เปิดพื้นที่สนามบินดอนเมืองส่วนของคลังสินค้า ให้เป็นศูนย์พักพิงเพิ่มเติม จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์เมื่อทราบว่านาย อภิสิทธิ์เดินทางมา จึงได้ออกมาต้อนรับ พร้อมระบุว่า ยินดีที่มาเยี่ยม อยากให้เรื่องนี้เป็นวาระแห่งชาติ จากนั้นจึงได้อธิบายถึงแนวคันกั้นน้ำ และการระบายน้ำในพื้นที่ รวมทั้งขอความร่วมมือจากกทม. ซึ่งนายอภิสิทธิ์ระบุว่ายินดี และอย่ากังวลเรื่องผู้ว่าฯกทม.อยู่ต่างพรรคกัน

จากนั้นน.ส.ยิ่งลักษณ์ได้นำนายอภิสิทธิ์ พร้อมคณะ เข้าไปยังกองบัญชาการของ ศปภ. โดยมีพล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. นายยงยุทธ วิชัยดิษฐ รองนายกฯ และรมว. มหาดไทย นายชลิต ดำรงศักดิ์ อธิบดีกรมชล ประทาน เข้าร่วมหารือ โดยนำแผนที่ป้องกันน้ำท่วมกทม. โดยนายอภิสิทธิ์ระบุว่าพร้อมจะให้ความร่วมมือในการแก้ไขปัญหา

นายกฯขึ้นฮ.ตรวจกรุงเก่า

เวลา 15.30 น. ที่ท่าอากาศยานกรุงเทพฯ ศปภ. น.ส.ยิ่งลักษณ์ พร้อมคณะขึ้นเฮลิคอปเตอร์ไปตรวจสภาพพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยนายวิม รุ่งวัฒนะจินดา โฆษกศปภ. เผยว่า เนื่อง จากมีประชาชนร้องเรียนมายัง ศปภ.ว่า การช่วยเหลือยังไม่ทั่วถึง ยังมีอีกหลายจุดโดยเฉพาะพื้นที่ที่ห่างไกลไม่มีหน่วยงานไหนเข้าไปดูแลกว่า 2-3 วันแล้ว ล่าสุดมีการร้องเรียนเข้ามาว่ามีทารกแรกเกิดพร้อมมารดาลอยเรืออยู่ใกล้ๆ ชุมชนวัดไก่เตี้ย ไม่มีอาหารและนมสำหรับทารก นายกฯ มีความเป็นห่วงมาก จึงประสานไปยังจังหวัดให้เจ้าหน้าที่เร่งเข้าไปช่วยเหลือ หลังจากนั้น นายกฯ จะบินสำรวจสภาพน้ำในจ.ปทุมธานี โดยจะบินดูบริเวณพนังกันน้ำที่พังลงมาที่ อ.สามโคก เมื่อคืนวันที่ 10 ต.ค. และบินดูบริเวณประตูระบายน้ำจุฬาฯ บริเวณคลอง 8 รังสิต โดยจะสั่งให้เร่งทำคันกั้นน้ำเพื่อป้องกันน้ำไม่ให้เข้าพื้นที่ กทม. จากนั้นก็จะบินดูสภาพพื้นที่บริเวณรอยต่อพื้นที่กทม. แถบคลองสามวา และดูความคืบหน้าการขุดลอกคลองทั้ง 5 สาย เพื่อเป็นช่องทางการระบายน้ำ

สั่งเร่งหาทารกสูญหาย

เวลา 16.40 น. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ให้สัมภาษณ์อีกครั้งภายหลังขึ้นเฮลิคอปเตอร์บินสำรวจสภาพน้ำ ว่า มีประชาชนบางส่วนยังไม่ได้รับการช่วยเหลือโดยเฉพาะในเขตที่การคมนาคมยังเข้าไปไม่ถึง จึงต้องแบ่งโซนพื้นที่เข้าไปดูแล และบางพื้นที่อาจต้องอพยพประชาชนออกมา เพราะแม้แต่ทางเรือยังเข้าไปไม่ได้ นอกจากนี้ยังบินดูบริเวณนิคมอุตสาหกรรมไฮเทคและนิคมโรจนะ ซึ่งมีน้ำทะลักเข้าพื้นที่จำนวนมาก และยังได้ตามหาทารกวัย 6 เดือน ที่มารดาโทรศัพท์ร้องเรียนผ่านหมายเลข 1111 กด 5 ซึ่งติดอยู่ในเกาะกลางน้ำ ที่อยุธยาและไม่สามารถนำออกมาได้ จึงติดต่อตำรวจน้ำให้ไปติดตาม และวันเดียว กันนี้ได้พบตัวเด็กแล้วและนำส่งคืนมารดาที่ทำงานในนิคมอุตสาห กรรมโรจนะ

ตัดงบ 10 % ใช้ฟื้นฟู

นายกฯ กล่าวว่า เท่าที่ดูความเสียหายนิคมอุตสาหกรรมโรจนะ ยอมรับว่าต้องมีการปรับลดตัวเลขจีดีพีลง เพราะมีผลกระทบในแนวกว้างจริงๆ น่าจะเสียหาย 5-6 หมื่นล้านบาท ซึ่งให้สศช.ไปทบทวนตัวเลขดูอีกครั้ง โดยใน ครม.ได้ตั้งคณะกรรมการฟื้นฟูเยียวยา เพราะต้องทำงานควบคู่กันไป

ผู้สื่อข่าวถามว่าพ.ต.ท.ทักษิณ ชินวัตร ระบุต้องใช้งบฯ ฟื้นฟูถึง 1 แสนล้านบาท จะหาเงินมาจากไหน น.ส.ยิ่งลักษณ์กล่าวว่า เบื้องต้นตัดจากงบฯ แต่ละกระทรวง 10 เปอร์เซ็นต์ จะได้เงินหลายหมื่นล้านบาท และทบทวนงบกลางปีอีกครั้งหนึ่ง แต่ทั้งหมดต้องรอคณะกรรมการทั้ง 3 ชุดประเมิน คงจะทราบตัวเลขที่แน่นอน เราไม่อยากสรุปในตอนนี้เพราะบางครั้งอาจใช้โครงสร้างมาตรการทางภาษีหรือรูปแบบการให้เงินกู้ต่างๆ และยังมีสถาบันการเงินต่างๆ ที่พร้อมร่วมมือ ส่วนต้องพึ่งการกู้เงินจากกองทุนระหว่างประเทศหรือไม่ ต้องขอทำงานก่อน แต่การฟื้นฟูต้องทำทุกส่วน

จี้ลอก 5 คลองให้เร็ว

น.ส.ยิ่งลักษณ์ กล่าวถึงปัญหาสภาพน้ำในเขตรอยต่อกทม.ว่า ผู้ว่าฯกทม.รับปากจะไปปรับปรุงคันกั้นน้ำบริเวณรอยต่อให้แข็งแรงให้เสร็จภายใน 3 วัน ส่วนการขุดคลองทั้ง 5 สายเพื่อเร่งระบายน้ำนั้นจะเร่งทำให้เสร็จภายใน 3 วัน ถ้าเสร็จตามเป้าหมาย กทม.น่าจะมีความปลอดภัยขึ้น ขณะนี้การขุดคลองเสร็จไปแล้ว 50 เปอร์เซ็นต์ ถ้าไปตรวจอีกครั้งแล้วไม่มีความคืบหน้าอาจต้องลดการขุดบางคลองลง และไปทุ่มให้เสร็จเป็นคลองๆ ไป เพราะหากระบายออกไม่ถึง 10 เปอร์เซ็นต์ กทม.อาจจะท่วมได้ แต่อย่าเพิ่งไปพูดถึงเรื่องการปล่อยน้ำท่วมพื้นที่บางส่วน เพราะยังคิดว่าจากปริมาณฝนที่น้อยลงสถานการณ์น่าจะดีขึ้น

วอนปชช.อย่าพังพนังกั้น

"ต้องขอความกรุณาจากประชาชน เพราะแนวรอยต่อถ้าไปรื้อหรือดึงคันกั้นน้ำออกจะทำให้น้ำทะลักเข้ามาและล้มต่อๆ กันไป ยอมรับว่าวันนี้ทุกคนอยู่ในสถานการณ์ที่เครียดแต่ต้องช่วยกันประคับประคอง" นายกฯ กล่าวและว่า ส่วนปัญหาการขาดแคลนทรายทำคันกั้นน้ำที่รังสิต คลอง 5 วันนี้ไม่ขาดแล้วเพราะได้จัดหาและลำเลียงทรายเข้ามา 100 คัน ขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังเร่งดำเนินการอยู่และคิดว่าน่าจะทันกับน้ำที่จะเข้ามา ส่วนสถานที่อพยพนั้น ต้องหาสถานที่เพิ่มเติม เพราะใช้ค่ายทหารทั้งหมดเป็นศูนย์อพยพแล้ว

ทหารช่วยกั้นกรุง

พล.อ.ยุทธศักดิ์ ศศิประภา รมว.กลาโหมกล่าวว่า ครม.เป็นห่วงพื้นที่กทม. เนื่องจากวันที่ 17 ต.ค.นี้ จะเป็นวันที่น้ำทะเลหนุนสูงสุด กลัวว่าจะทำให้น้ำท่วม กทม. เพราะน้ำจะไหลจากทางเหนือมามาก จนถึงวันนี้ยังไม่มีใครรับประกันได้ว่าน้ำจะท่วมกทม. หรือไม่ ต้องรอดูในช่วง 4-5 วันหลังจากนี้ อย่างไรก็ตามได้สั่งให้กองพันปืนใหญ่ต่อสู้อากาศยาน กองพลทหารราบที่ 2 ทำแนวป้องกันพื้นที่กทม.ฝั่งตะวันออก เพื่อป้องกันสนามบินสุวรรณภูมิ และให้กองทัพเรือสนับสนุนเรือกว่า 1 พันลำเพื่อผลักดันน้ำ ทั้ง นี้ช่วงบ่าย นายกฯ เชิญผู้เชี่ยวชาญเรื่องน้ำจากเนเธอร์แลนด์ เพื่อขอแนวทางแก้ปัญหา

หวั่นทะเลหนุนกรุงจม

พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ในฐานะประ ธานศปภ. กล่าวถึงคันกั้นน้ำ อ.สามโคก จ.ปทุมธานี พังเสียหายว่า คันกันน้ำดังกล่าวมีอายุการใช้งานมายาวนาน เมื่อน้ำแรงที่ไหลลงมามีความเชี่ยวและเกิดแรงปะทะ คันกั้นน้ำจึงพังลง ทำให้น้ำไหลเข้าจ.ปทุมธานี ขณะนี้ผู้ว่าฯและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องพยายามแก้ไขอย่างเร่งด่วน เร่งซ่อมแซมเพื่อลดน้ำและผันน้ำให้เข้าไปตามเรือกสวนไร่นา และจังหวัดใกล้เคียงต้องประสบภาวะน้ำท่วมแน่นอน และเกรงว่าจะลามไปถึงฝั่งจ.นครปฐมด้วย จึงขอฝากชาวนครปฐมให้ติดตามสถานการณ์ รวมทั้งชาวอ.ปากเกร็ด จ.นนทบุรี ที่เริ่มมีน้ำไหลเอ่อ

พล.ต.อ.ประชา กล่าวว่า สำหรับกทม.จะเข้าหรือไม่ ไม่มีใครตอบได้ ขึ้นอยู่กับ 3 ปัจจัย คือ น้ำเหนือ น้ำทะเลหนุน และน้ำฝน ต้องติดตามพายุลูกต่างๆ จะเกิดขึ้นอีกหรือไม่ แต่ตอนนี้เริ่มเบาใจลงบ้างเรื่องพายุซึ่งได้อ่อนแรงลงแล้ว แต่ยังต้องจับตาน้ำเหนือ ประกอบกับน้ำทะเลหนุนสูงสุด วันที่ 14-17 ต.ค.นี้ ทั้ง 3 ปัจจัยมากระทบกันพอดีก็ไม่สามารถคาดการณ์ได้ แต่จะป้องกันให้ดีที่สุด โดยการผันน้ำและผลักน้ำลงทะเล

แจงไม่กระทบท่องเที่ยว

นายชุมพล ศิลปอาชา รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา กล่าวถึงกรณีประกาศเตือนนักท่องเที่ยวที่จะมาเที่ยวประเทศไทย ว่า ไม่มีประกาศห้าม แค่การแจ้งข้อมูลข่าวสาร กรณีนี้ไม่ใช่เหตุจลาจล ซึ่งถือว่าไม่กระทบต่อการท่องเที่ยว โดยททท.ได้แจ้งไปยังสำนักงานการท่องเที่ยวของไทยทั่วโลกแล้วว่าสถานการณ์น้ำท่วมไม่ได้เป็นอุปสรรคในการเข้ามาท่องเที่ยวในไทย มีเพียง จ.พระนครศรีอยุธยา และภาคกลางบางจังหวัดที่ได้รับผลกระทบ แต่ภาคใต้ไม่มีปัญหา รวมถึงงานพืชสวนโลก ที่จ.เชียงใหม่ ที่จะจัดช่วงเดือนพ.ย.นี้ด้วย อาจส่งผลให้นักท่องเที่ยวลดลงบ้าง แต่ก็แค่ 10-20 เปอร์เซ็นต์เท่านั้น

นานาชาติช่วยน้ำท่วม

นายสุรพงษ์ โตวิจักษณ์ชัยกุล รมว.ต่างประเทศ กล่าวว่า ตอนนี้มีการช่วยเหลืออย่างเป็นทางการมา 3 ประเทศ รัฐบาลจีนได้บริจาคเงินสด 1 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือ 30 ล้านบาท และให้เป็นสิ่งของอีก 10 ล้านหยวน หรือ 50 ล้านบาท นิวซีแลนด์และสหรัฐอเมริกาให้ประเทศละ 1 แสนเหรียญ ผ่านสภากาชาดไทย ทั้งนี้ ประเทศไทยยังไม่ได้ประกาศขอรับการช่วยเหลือจากต่างประเทศ แต่วันที่ 10 ต.ค. นายเคิร์ธ แคมป์เบลล์ ผู้ช่วยรมต.ต่างประเทศสหรัฐมาพบตน ได้แสดงความจำนงว่าถ้าทางการไทยต้องการใช้เฮลิคอปเตอร์ เครื่องปั่นไฟและเครื่องช่วยชีวิตต่างๆ ทางสหรัฐยินดีช่วยเหลือ นอกจากนี้ได้คุยกับอเมริกา และจีน ที่มีประสบการณ์ด้านการกู้ภัย ว่าเราต้องการความช่วยเหลือเสื้อชูชีพ เฮลิคอปเตอร์ เรือ และทีมกู้ภัย ที่ขาดแคลน เพราะเรากำลังเร่งอพยพผู้คน แต่คงต้องรอดูศปภ. สรุปตัวเลขความต้องการอีกครั้ง

21 ประเทศเตือนมาไทย

จากแนวโน้มอุทกภัยที่ทวีความรุนแรงขึ้นตามลำดับในประเทศไทย ขณะนี้ 21 ประเทศ ได้ออกประกาศคำแนะนำในการเดินทางยังไทย โดยในจำนวนนี้ 19 ประเทศ เตือนให้ใช้ความระมัดระวังและตรวจสอบสภาพอากาศก่อนเดินทาง ส่วนอีก 3 ประเทศ ได้แก่ สหรัฐ เม็กซิโก และญี่ปุ่น ประกาศคำเตือนในระดับสูงสุด โดยเตือนให้หลีกเลี่ยงการเดินทางมายังประเทศไทย

ญี่ปุ่นบริจาคช่วยไทย

เวลา 13.30 น. นายเซอิจิ โคจิมะ เอกอัครราชทูตญี่ปุ่น ประจำประเทศไทย เข้าพบพล.ต.อ.ประชา เพื่อแจ้งถึงรัฐบาลญี่ปุ่นจะมอบสิ่งของบริจาคช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม ได้แก่ เต็นท์ ถุงนอน ผ้าห่ม เครื่องกำเนิดไฟฟ้า ถังน้ำ เครื่องกรองน้ำ ถังบรรจุน้ำ มูลค่า 30 ล้านเยน หรือ 12 ล้านบาท ให้กับรัฐบาลไทย ผ่านองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศของญี่ปุ่น (ไจก้า) โดยของจะมาถึงวันที่ 12 ต.ค.

เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นฯ กล่าวว่า ส่วนนิคมอุตสาหกรรมที่มีโรงงานของญี่ปุ่นอยู่นั้น ตนอยากให้รัฐบาลไทยช่วยเหลือและดูแลนิคมอุตสาหกรรมที่ประสบภัยน้ำท่วม เพราะนิคมอุตสาหกรรมได้สร้างงานสร้างอาชีพให้กับคนไทยจำนวนมาก ญี่ปุ่นยังเดินหน้าพร้อมให้ความช่วยเหลือแก่ไทยต่อไป โดยได้เตรียมผู้เชี่ยว ชาญด้านการป้องกันภัยพิบัติไว้คอยให้คำปรึกษาและความช่วยเหลือแก่ไทย อีกทั้งชาวญี่ปุ่นทั้งที่อยู่ในญี่ปุ่นและประเทศไทยก็พร้อมช่วยเหลือแก่ชาวไทยอย่างเพื่อนเช่นเดียวกัน

เผยขาดเชือกมัดถุงทราย

นายเจริญ นัดพบสุข คณะทำงานเฉพาะกิจของนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงการกั้นกรุง 3 จุด โดยใช้กระสอบทราย 1.7 ล้านถุง ว่า ขณะนี้ ได้ถุงบรรจุทรายแล้ว แต่ยังขาดเชือกมัดปากถุง ที่ได้มาแค่ 100 ม้วน จากที่ต้องการ 500 ม้วน ส่วนทรายนั้นมีผู้บริจาคจากจ.ชลบุรี 2 หมื่นคิว ที่เหลือได้มาจาก จ.กาญจนบุรี และลพบุรี บางแห่งได้บรรจุใส่ถุงมาให้เลย ขณะนี้เริ่มทยอยขนทรายจากจ.ชลบุรีไปที่คลองรังสิตแล้ว โดยมีทหาร 1,000 นายรอการบรรจุทรายใส่ถุงเพื่อทำคันกั้นน้ำ หากทุกอย่างเป็นไปตามแผนคาดว่าจะทำคันกั้นน้ำได้เสร็จไม่เกินเที่ยงวันที่ 13 ต.ค. นอกจากนี้จะเสริมทรายไว้ที่สำนักงานเขตดอนเมืองอีก 200 คิวด้วย

นายกฯ ชี้แรงกว่าสึนามิ

เวลา 15.00 น. ที่ดอนเมือง นางฐิติมา ฉายแสง โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี แถลงผลการประชุมครม.ว่า นายกฯ ปรารภว่า เป็นห่วงเรื่องน้ำท่วมมาก ถือเป็นปัญหาที่ร้ายแรงยิ่งกว่าสึนามิ เพราะสึนามิมาครู่เดียวก็ไป แต่น้ำท่วมมานานนับเดือนและมาเป็นระลอก พื้นที่ความเสียหายมาก จึงย้ำให้รัฐมนตรีทุกกระทรวง ดูแลช่วยเหลือประชาชนผู้ประสบภัยน้ำท่วมอย่างเต็มที่ และให้ทุกหน่วยงานตรวจสอบคันกั้นน้ำในทุกพื้นที่ เพื่อเสริมความแข็งแรงในการรักษาพื้นที่ปลอดภัยไว้ให้ได้



1.วาระประเทศ- น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ อธิบายแนวทางแก้ไขปัญหาน้ำท่วมของรัฐบาลให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ รับฟัง ระหว่างผู้นำฝ่ายค้านนำคณะเข้าเยี่ยมศปภ.ดอนเมือง เมื่อวันที่ 11 ต.ค.

2.ตรวจปทุม - น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกฯ ขึ้นฮ.บินตรวจสภาพน้ำท่วม จ.ปทุม ธานี ซึ่งน้ำเหนือไหลบ่าลงมาจนแม่น้ำเจ้าพระยาล้นทะลักเป็นบริเวณกว้าง เมื่อวันที่ 11 ต.ค.

3.ปั่นป่วน - สภาพความโกลาหลภายในเขตตัวเมืองนครสวรรค์ หลังเหตุคันกั้นน้ำพังจนน้ำปิงทะลักเข้าท่วม ทางการเร่งสร้างแนวกั้นใหม่สกัดไม่ให้น้ำท่วมฝั่งศาลากลางจังหวัด เมื่อวันที่ 11 ต.ค.

4.แนวกั้นพัง - อาสากู้ภัยเร่งอพยพผู้ประสบภัยน้ำท่วมออกจากพื้นที่วัดถั่วทอง หมู่ 3 ต.บ้านปทุม อ.สามโคก จ.ปทุมธานี หลังจากแนวคันดินกั้นน้ำนับสิบจุดทั่วทั้งสามโคกแตก ช่วงกลางดึกวันที่ 11 ต.ค.

5.ฮ.คณะนายกฯหย่อนถุงยังชีพ



ตั้ง 3 กก.เยียวยาหลังน้ำลด

นางฐิติมา กล่าวว่า ที่ประชุมครม.ยังเห็นชอบแต่งตั้งคณะกรรมการเพื่อทำหน้าที่ฟื้นฟูสถาน การณ์ภายหลังน้ำลด 3 คณะ 1.คณะกรรมการฟื้นฟูโครงสร้างพื้นฐาน สถานศึกษาและโบราณสถาน โดยมีพล.อ.อ.สุกำพล สุวรรณทัต รมว. คมนาคมเป็นประธาน 2.คณะกรรมการฟื้นฟูเศรษฐกิจ ธุรกิจอุตสาหกรรม ภาคเกษตร โดยมีนายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และรมว.พาณิชย์ เป็นประธาน 3.คณะกรรมการฟื้นฟูชีวิตและคุณภาพชีวิต มีพล.ต.อ.โกวิท วัฒนะ รองนายกฯ เป็นประธาน

ทุกฝ่ายร่วมรับมืออย่างดี

โฆษกประจำสำนักนายกฯ กล่าวว่า ส่วนข้อเสนอให้ประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน ซึ่งที่ประชุมเห็นตรงกันว่า ขณะนี้ได้รับความร่วมมือจากทุกฝ่ายเป็นอย่างดี ไม่มีการขัดขวางการทำงานของรัฐบาลหรือหน่วยราชการใด รวมทั้งไม่มีความขัดแย้งใด จึงไม่จำเป็นต้องประกาศใช้พ.ร.ก.ฉุกเฉิน หากมีการประกาศใช้ จะส่งผลกระทบต่อการท่องเที่ยว การลงทุน และเกิดความตื่นตระหนก และขณะนี้รัฐบาลได้ใช้ พ.ร.บ.ป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยอยู่แล้ว ทหารหรือเอกชน และมีประชาชนมาให้ความร่วมมืออยู่แล้ว

เปิดสุวรรณภูมิรับอพยพ

เมื่อเวลา 22.00 น. ที่ศปภ. นายวิม รุ่งวัฒนะจินดา โฆษกศปภ. แถลงว่า นายกฯ สั่งการหลังกลับจากลงพื้นที่ให้ใช้เฮลิคอปเตอร์ติดเครื่องขยายเสียงบินประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนในจ.พระนครศรีอยุธยา ตั้งแต่วันที่ 12 ต.ค. ให้อพยพออกจากบ้านเรือน เพราะหน่วยงานที่ปฏิบัติในพื้นที่ไม่สามารถนำอาหารไปช่วยเหลือได้ทั่วถึง หากน้ำท่วมเป็นเวลานานจะทำให้การช่วยเหลือมีความยากลำบากมากขึ้น รวมถึงสั่งให้บริษัทการท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จัดพื้นที่ภายในสนามบินสุวรรณภูมิเป็นที่อพยพทั้งคนและรถ โดยเบื้องต้นให้จัดพื้นที่สำหรับจอดรถให้กับประชาชนไม่ต่ำกว่า 2 พันคัน

กสทช.ประสานสื่อแจ้งเตือน

พล.อ.อ.ธเรศ ปุณศรี ประธาน กสทช. กล่าวภายหลังประชุมร่วมกับผู้ประกอบการด้านกิจการโทรคมนาคมและวิทยุกระจายเสียง โทรทัศน์ เพื่อวางมาตรการช่วยเหลือน้ำท่วม ว่า ได้ขอความร่วมมือจากสถานีโทรทัศน์ทุกระบบ และสถานีวิทยุทุกแห่ง เผยแพร่รายงานสถาน การณ์น้ำท่วมล่าสุด โดยให้ช่อง 11 เป็นแม่ข่ายในการเผยแพร่ข่าวสารผ่านทีวีพูล 3 ช่วงเวลา คือ 10.00 น. 16.00 น. และ 20.00 น.

ส่วนในพื้นที่ซึ่งไม่สามารถรับชมโทรทัศน์และฟังวิทยุได้ จะใช้การส่งข้อความสั้น (เอส เอ็มเอส) แทน โดยจะหารือกับผู้ให้บริการโทรศัพท์มือถืออีกครั้งในเรื่องค่าใช้จ่าย ซึ่งจะใช้ข้อมูลจากทางการและศูนย์เตือนภัยพิบัติแห่งชาติเพื่อความถูกต้องของข้อมูลและไม่ให้ประชาชนตื่นตระหนก

เลื่อนดันน้ำใหญ่เป็น 16 ต.ค.

นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิริ อธิบดีกรมเจ้าท่า เผยว่า จากเดิมที่กำหนดวันผลักดันน้ำเจ้าพระยาลงอ่าวไทย โดยมีเรือเข้าร่วมกว่า 100 ลำ ในวันที่ 11 ต.ค. ต้องเลื่อนไปเป็นวันที่ 16 ต.ค. โดยจุดแรกอยู่ที่ปากเกร็ด ไล่มาที่นนทบุรี สะพานพระราม 7 สะพาน ซังฮี้ สะพานพุทธฯ สะพานสาทร วัดราชสิงขร และคลองลัดโพธิ์อย่างไรก็ตามทุกวันกรมเจ้าท่าและผู้ประกอบการเรือ 20 ลำ ก็ผลักดันน้ำทุกวันอยู่แล้ว โดยการผลักดันน้ำได้ผลมาก อย่างที่คลองลัดโพธิ์น้ำไหลเร็วขึ้น 30 เปอร์เซ็นต์

ศอส.สรุปตายแล้ว 269 ราย

นายพระนาย สุวรรณรัฐ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ในฐานะผอ.ศอส. เผยว่า ปัจจุบันยังคงมีพื้นที่ประสบภัย 27 จังหวัด ราษฎรได้รับความเดือดร้อน 766,267 ครัวเรือน 2,298,571 คน เสียชีวิต 269 ราย สูญหาย 4 คน พื้นที่การเกษตรคาดว่าจะเสียหาย 9,670,726 ไร่ สถานการณ์น้ำในเขื่อนขนาดใหญ่ยังอยู่ในภาวะวิกฤต โดยเฉพาะเขื่อนภูมิพลมีปริมาณน้ำ 99 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนสิริกิติ์มีปริมาณน้ำ 98 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนแควน้อยมีปริมาณน้ำ 101 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์มีปริมาณน้ำ 130 เปอร์เซ็นต์

สั่ง 7 จว.รับมือน้ำป่า

นายพระนาย กล่าวว่า ร่องมรสุมกำลัง ค่อนข้างแรงพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคใต้ตอนบน ทำให้มีฝนตกชุกหนาแน่นและตกหนักบางแห่ง ซึ่งจะส่งผลกระทบให้การระบายน้ำในพื้นที่ภาคกลางตอนล่างยากลำบากมากขึ้น โดยเฉพาะจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง และพระนครศรีอยุธยา จึงขอให้เฝ้าระวังภาวะน้ำท่วมที่อาจเพิ่มสูงขึ้นประ มาณ 80 ซ.ม.ในระยะนี้ และให้เตรียมการอพยพประชาชนในพื้นที่วิกฤตออกมา

สำหรับพื้นที่ที่ต้องระวังดินโคลนถล่มและน้ำป่าไหลหลากในช่วงนี้ มี 7 จังหวัด ได้แก่ จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช ภูเก็ต

เปิดที่จอดรถหนีน้ำ

นายกิตติศักดิ์ หัตถสงเคราะห์ รมช.คมนาคม เผยว่า สั่งให้ผู้ให้บริการรถไฟฟ้าแอร์พอร์ตลิงก์ เปิดพื้นที่บริเวณลานจอดรถชั้น 1 ที่สถานีมักกะสัน ซึ่งสามารถรองรับรถได้ 200 คัน ให้กับประชาชนทั่วไปเข้ามาจอดฟรีตั้งแต่วันที่ 11 ต.ค.เป็นต้นไป นอกจากนี้ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ เปิดลานจอดรถระยะไกล ให้ประชาชนทั่วไปที่มีความประสงค์จอดรถเพื่อหนีน้ำท่วมได้เข้ามาจอดฟรี โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายแต่อย่างใด โดยพื้นที่ดังกล่าวสามารถรองรับปริมาณรถเข้ามาจอดได้ถึง 2,000 คัน

ทบ.สนับสนุนแก้น้ำท่วม

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผบ.ทบ. เผยว่า ทบ.ได้เร่งให้ความช่วยเหลือประชาชนที่เดือดร้อน โดยแม่ทัพภาคที่ 1 รับผิดชอบจ.พระนครศรีอยุธยา ผบ.หน่วยสงครามพิเศษ ดูที่ลพบุรี และแม่ทัพภาคที่ 3 ดูที่จ.นครสวรรค์ และให้หน่วยบัญชาการป้องกันภัยทางอากาศทำกระสอบทรายเป็นพนังกั้นน้ำที่บริเวณเมืองเอก นอกจากนี้ยังให้กองพลทหารราบที่ 2 รับผิดชอบบริเวณรังสิต คลอง 8 รวมทั้ง 5 เสือทบ.ลงไปดูแลและเตรียมการในพื้นที่กทม.

สั่งย้ายยุทโธปกรณ์หนีน้ำ

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวต่อว่า สำหรับค่ายทหารก็ต้องเตรียมความพร้อม เนื่องจากมีอาวุธยุทโธปกรณ์จำนวนมาก หากน้ำท่วมก็จะทำให้เกิดความเสียหาย รถทุกชนิด ทั้งรถเกราะ รถถังต้องขยับต้องเตรียมแผนเคลื่อนย้ายไว้ทั้งหมด โดยเฉพาะรถบรรทุก 2 ตันครึ่งที่จะนำไปใช้ช่วยเหลือประชาชนจะต้องไม่โดนน้ำท่วม

รฟท.สูญแล้ว 76 ล้านบาท

นายยุทธนา ทัพเจริญ ผู้ว่าการร.ฟ.ท. เผยว่า ขณะนี้รถไฟสายเหนือยังหยุดวิ่ง โดยความเสียหายจากกรณีน้ำท่วมทางรถไฟระหว่างวันที่ 26 ก.ย.-10 ต.ค. ทำให้ต้องงดเดินขบวนรถโดยสารไปแล้ว จำนวน 306 ขบวน ขบวนรถสินค้า 580 ขบวน ทำให้ขาดรายได้จากด้านโดยสาร ประมาณ 43.2 ล้านบาท ส่วนรถสินค้า ซึ่งถือว่ามีความสำคัญเป็นอย่างยิ่งโดยเฉพาะน้ำมันดิบ ก๊าซ รวมถึงปูนซีเมนต์ ขาดรายได้ประมาณ 33.5 ล้านบาท ทำให้การรถไฟฯสูญเสียรายได้ไปแล้วทั้งสิ้น 76.7 ล้านบาท ทั้งนี้ยังไม่รวมความเสียหาย จากการซ่อมบำรุงทาง ระบบอาณัติสัญญาณและโทรคมนาคม โรงรถจักรและล้อเลื่อน และระบบการเดินรถไฟอื่นๆ ที่อยู่ระหว่างการประเมิน

กปน.เฝ้าระวังคลองประปา

นายวิสิทธิ์ วงศ์วิวัฒน์ รองผู้ว่าการด้านผลิตและส่งน้ำ กปน. ในฐานะผอ.ศูนย์อำนวยการเฉพาะกิจเพื่อแก้ไขปัญหาคุณภาพน้ำดิบ เปิดเผยว่า กปน.สั่งระดมวิศวกรร่วมป้องกันน้ำท่วมเข้าคลองประปา ตลอด 24 ชั่วโมง โดยเฉพาะจุดเสี่ยง ได้แก่ ที่หน้าสถานีสูบน้ำดิบสำแล ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บริเวณทางเข้าวัดสำแลด้านคลองอ้อม วัดสำแล พื้นที่บ้านกระแชง และวัดโพธิ์เลื่อน อ.เมือง จ.ปทุมธานี บริเวณท่อลอดคลองบางหลวง ท่อลอดคลองรังสิต อบต.บ้านใหม่ และอบต.หลักหก ซึ่งขณะนี้ทุกจุดยังมั่นคงแข็งแรง ไม่มีผลกระทบต่อน้ำดิบในคลองประปา

คุ้มเข้มคุณภาพน้ำ

นายวิสิทธิ์ กล่าวต่อว่า ส่วนคุณภาพน้ำดิบในแม่น้ำเจ้าพระยา แม้ค่าออกซิเจนละลายในน้ำเริ่มลดลง แต่ กปน. ได้แก้ไขโดยติดตั้งเครื่องเติมอากาศเป็นระยะๆ ตลอดแนวคลองประปา ส่วนประชาชนที่กังวลว่าน้ำที่ท่วมนิคมอุตสาห กรรม จ.อยุธยา จะส่งผลให้มีโลหะหนักปนเปื้อนในแม่น้ำเจ้าพระยานั้น กปน.ได้เพิ่มการใช้ผงถ่านกัมมันต์ ซึ่งมีคุณสมบัติหลักในการดูดซับ สี กลิ่น และโลหะหนัก ได้ทั้งหมด พร้อมทั้งเพิ่มความถี่ในการตรวจคุณภาพน้ำในระบบผลิตจากทุก 4 ชั่วโมง เป็น 2 ชั่วโมง จึงขอให้ประชาชนมั่นใจได้ว่า น้ำประปายังคงสะอาด ปลอดภัย สามารถดื่มได้

8 หมื่นล้านกู้น้ำท่วม

นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกรัฐมนตรีและรมว.พาณิชย์ เผยว่า ครม.มีมติให้ตัดทอนงบประมาณรายจ่ายพื้นฐาน และการใช้จ่ายอื่นๆ ที่ไม่จำเป็นออก 10 เปอร์เซ็นต์ คาดว่าจะได้เงินประมาณ 8 หมื่นล้านบาท จากงบรายจ่ายพื้นฐานที่มีประมาณ 8 แสนล้านบาท เพื่อนำมาฟื้นฟู และแก้ปัญหาน้ำท่วม นอกจากนี้ ที่ประชุมครม.ได้ตั้งคณะกรรมการเพิ่ม 3 ชุด เพื่อฟื้นฟูและเยียวยาหลังสถานการณ์น้ำท่วมลดลง ประกอบด้วย 1.ดูแลด้านเศรษฐกิจ 2.ดูแลเกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐาน และ3.ดูแลฟื้นฟูจิตใจ

นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมช.คลัง เปิดเผยว่า ครม.มีมติเห็นชอบมาตรการเพิ่มค่าลดหย่อนการบริจาคเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม โดยผู้ที่บริจาคเงินสดหรือทรัพย์สิน ระหว่างวันที่ 1 ก.ย.54 ถึง 31 ธ.ค.54 สามารถนำมาหักเป็นค่าใช้จ่ายในการคำนวณภาษีได้ 1.5 เท่าของจำนวนเงินหรือมูลค่าทรัพย์สินที่บริจาค จากเดิมให้หักได้ 1 เท่า

แบงก์พื้นที่น้ำท่วมยังหยุด

รายงานข่าวจากธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า วันที่ 11 ต.ค. ธนาคารพาณิชย์ 11 แห่ง และบริษัทเงินทุน 1 แห่ง ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่ประสบภัยน้ำท่วมใน จ.พระนครศรีอยุธยา นครสวรรค์ ลพบุรี ปทุมธานี สิงห์บุรี อุทัยธานี ชัยนาท และนนทบุรี ต้องปิดให้บริการสาขาชั่วคราวรวม 93 สาขา

เติ้งย้ำกรมชลฯทำเต็มที่

นายบรรหาร ศิลปอาชา ประธานที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคชาติไทยพัฒนา แถลงว่า ที่ผ่านมากรมชลประทานทำหน้าที่สุดความสามารถ ทุกคนทำงานอย่างเคร่งเครียด ต้องกินยาแก้เครียดกันทุกคืน และแม้กรมชลฯ สังกัดกระทรวงเกษตรฯ ที่อยู่ในความดูแลของพรรคชาติไทยพัฒนา แต่นายกฯ ก็สั่งได้ทุกเรื่อง ปัญหาเกิดขึ้นจากปริมาณน้ำที่มีจำนวนมหาศาล ส่งผลต่อเขื่อนภูมิพล เขื่อนป่าสัก เขื่อนแควน้อย ต้องรองรับน้ำจนเต็มความจุของเขื่อน และจำเป็นต้องทยอยปล่อยน้ำ เพื่อไม่ให้เขื่อนแตกจึงจำเป็นที่พื้นที่ใต้เขื่อนจะต้องรองรับน้ำที่ปล่อยลงมา อย่างไรก็ตามเชื่อว่าหากไม่มีมรสุมเข้ามา น้ำน่าจะลดลง รวมถึงการลดระบายน้ำของเขื่อนป่าสักฯ สถานการณ์น่าจะเบาลง และไม่น่าเกินปี 2538 แน่นอน

เผยเคยติงตั้ง"โรจนะ"ที่ลุ่ม

นายบรรหารกล่าวว่า สำหรับปัญหาน้ำท่วมในจ.พระนครศรีอยุธยา ต้องทำใจเนื่องจากภูมิศาสตร์ล้อมรอบด้วยแม่น้ำถึง 3 สาย ทางแก้ไขที่ดีที่สุด คือการสร้างเขื่อนล้อมรอบเกาะเมืองด้วยงบประมาณ 10,000-20,000 ล้านบาท แต่จะติดปัญหาว่าประชาชนที่อาศัยอยู่ริมแม่น้ำจะยอมย้ายออกหรือไม่ ส่วนปัญหาเขตนิคมโรจนะ กรมชลประทานเคยท้วงติงแล้วว่า ไม่ควรสร้างในพื้นที่ดังกล่าว เพราะเป็นพื้นที่ราบลุ่มและเป็นเขตรองรับน้ำมาตลอด สร้างไปจะเกิดปัญหาแต่สุดท้ายไม่ฟังเสียงทักท้วง

เสนอขุดคลองลัดท่าจีน

นายบรรหารกล่าวว่า ส่วนพื้นที่ กทม. เชื่อว่าแม่น้ำเจ้าพระยายังรองรับน้ำได้อยู่ในระดับไม่เกิน 2.50 เมตร แต่พื้นที่รอบนอกของกทม. เช่น หนองจอก มีนบุรี ซึ่งไม่ได้อยู่ในแนวกั้นอาจประสบปัญหาเล็กน้อย เชื่อว่าจะระบายลงสู่ทะเลได้ทัน ส่วนสถานการณ์น้ำในแม่น้ำท่าจีนตอนนี้พบว่าได้ท่วมในบางพื้นที่ของจ.นครปฐมแล้ว ต้องเร่งระบาย แต่แม่น้ำท่าจีนมีลักษณะคดเคี้ยวจึงเป็นอุปสรรคต่อการระบายน้ำ ดังนั้นอนาคตอาจจำเป็นต้องทำลักษณะคลองลัดโพธิ์เพื่อเร่งระบายน้ำให้เร็วขึ้น ส่วนที่บอกว่าสุพรรณไม่ท่วมก็ขอให้ตื่นได้แล้ว เพราะได้รับผลกระทบเช่นกัน

หนุนไม่ประกาศฉุกเฉิน

"ขอชื่นชมนายกฯ ที่ทำงานได้รวดเร็วด้วยการตั้งคณะกรรมการหลายฝ่ายเข้ามาแก้ปัญหา รู้สึกเห็นใจ ใครว่าแก้ช้า ผมยังเชียร์อยู่ เพราะปริมาณน้ำมีมากไม่ว่ารัฐบาลชุดไหนก็แก้ปัญหาไม่ได้ ต่อให้มี 10 รัฐบาลก็รับมือไม่ไหว แต่ถ้าสู้กับน้ำลายก็อีกเรื่องหนึ่ง และไม่เห็นด้วยหากรัฐบาลจะประกาศภาวะภัยพิบัติหรือใช้พ.ร.ก. ฉุกเฉินเข้ามาควบคุมสถานการณ์อุทกภัย ถ้าทำอย่างนั้นจะสร้างความตื่นตระหนกเกินจำเป็น และจะทำให้ต่างชาติไม่เดินทางเข้าไทย" นายบรรหารกล่าว

นปช.จัดคอนเสิร์ตหาเงินช่วย

ที่พรรคเพื่อไทย นายจตุพร พรหมพันธุ์ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำนปช. แถลงตอบโต้พรรคประชาธิปัตย์ ระบุว่าไปเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงเพื่อสร้างความแตกแยก ว่า การเปิดหมู่บ้านเสื้อแดงมีภารกิจหลัก คือการเชิญชวนชาว จ.อุดรธานี และคนไทยทั้งประเทศที่ไม่ประสบภัยน้ำท่วมมาร่วมกันบริจาคสิ่งของช่วยผู้ประสบภัย ซึ่งจะใช้รูปแบบการเคลื่อนพลทั้งแผ่นดิน เหมือนวันที่ 12 มี.ค. 2553 แต่ครั้งนี้เป็นรูปแบบการเคลื่อนพลขนของไปบริจาค

นายจตุพรกล่าวว่า วันที่ 14 ต.ค. นี้จะจัดคอนเสิร์ตของคนเสื้อแดงที่อิมพีเรียล ลาดพร้าว เพื่อรับบริจาคเงินและสิ่งของจำเป็น เช่น ไฟฉาย ยากันยุง และห้องน้ำเคลื่อนที่ เริ่มตั้งแต่เวลา 10.00-24.00 น. จากนั้นในวันที่ 15 ต.ค. จะลงพื้นที่นำสิ่งของที่ได้ไปแจกจ่ายผู้ประสบภัย นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ ส.ส.บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย และแกนนำคนเสื้อแดงจะประสาน ไปยังศปภ. เพื่อกำหนดให้คนเสื้อแดงแต่ละจังหวัดรับผิดชอบเฉพาะจุดในแต่ละพื้นที่



1.คลองลัดโพธิ์

2.เจ้าพระยาทะลักนครสวรรค์

3.ลาดกระบังจมแล้ว

4.สามโคกปทุมธานีป้องกันเต็มที่

5.น้ำพังพนังเข้าปทุมธานี

6.ช้างอยุธยาลุยน้ำหากิน

7.บางบัวทองไม่พ้นน้ำ



ปชป.จี้รัฐคุมราคาสินค้า

ที่รัฐสภา นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ ประธาน วิปฝ่ายค้าน แถลงว่า ขอเรียกร้องรัฐบาล 3 ข้อ คือ 1.พูดความจริงและให้ข้อมูลที่ครบถ้วนต่อประชาชน 2.เร่งแก้ปัญหาอย่างมีประสิทธิภาพ 3.ขอให้เร่งรัดกำหนดมาตรการเยียวยาภาคอุตสาหกรรมที่ได้รับความเสียหายอย่างหนัก โดยฝ่ายค้านยินดีร่วมมือกับรัฐบาลในการแก้ไขปัญหา

ที่พรรคประชาธิปัตย์ นายสกลธี ภัททิยกุล รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ กล่าวว่า ขอให้รัฐบาลเข้ามาดูแลความเดือดร้อนของประชาชน ในเรื่องมิจฉาชีพเข้ามาขโมยทรัพย์สินในบ้านเรือน เป็นการซ้ำเติมความเดือดร้อน รวมถึงสินค้าอุปโภคบริโภคที่มีการขึ้นราคาแล้ว อีกทั้งสินค้าที่ไม่ได้อยู่ในความควบคุมของกรมการค้าภายใน เช่น ทรายที่นำมาใช้ทำกระสอบทรายกั้นแนวป้องกันน้ำท่วม ได้เพิ่มราคาสูงขึ้นและมีการกักตุนไว้บางส่วน

ระดมกั้นคลองรังสิต

ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เผยว่า นายกรัฐมนตรีได้มอบหมายให้ตนดูแลพื้นที่ในคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ร่วมกับเทศบาลต.หลักหก โดยจะมีการเร่งเสริมกระสอบทรายจากเดิม 1 เมตร เพิ่มอีก 50 เซนติเมตร เพื่อป้องกันระดับน้ำที่สูงขึ้นเรื่อยๆ และริมคลองรังสิตประยูรศักดิ์ ยังมีพื้นที่สาธารณะที่ไม่มีกระสอบทรายกั้นกว่า 3 กิโลเมตร ซึ่งทาง กทม.เตรียมนำกระสอบทรายเข้าไปเสริมจุดดังกล่าว อย่างไรก็ตามโอกาสน้ำท่วมในกรุงเทพฯ มีอยู่ตลอดเวลา

ท่วมกทม.แล้วหลายจุด

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่กทม. ที่เขตหนองจอก มีชุมชนที่ได้รับความเดือดร้อนทั้งสิ้น 73 ชุมชน จาก 89 ชุมชน โดยสำนักงานเขตสนับสนุนกระสอบทรายพร้อมทรายจำนวนประมาณ 5 แสนกระสอบ ทำสะพานไม้ความยาวประมาณ 500 เมตร แจกถุงยังชีพจำนวน 1,089 ถุง ส่วนที่เขตลาดกระบัง พื้นที่น้ำท่วม 30 จุด ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำจำนวน 42 เครื่อง และติดตั้งเครื่องสูบน้ำเพิ่มเติม 2 จุด ส่วนที่เขตมีนบุรี ชุมชนได้รับผลกระทบ 35 ชุมชน เจ้าหน้าที่ได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำพื้นที่ที่ประสบปัญหาน้ำท่วมขัง 23 เครื่อง

รับน้ำ"โรจนะ"-รังสิตสูง 1 ม.

ที่กรมชลประทาน นายวีระ วงศ์แสงนาค ที่ปรึกษากรมชลประทาน เผยว่า ขณะนี้กรมชล ประทานจะบริหารจัดการน้ำในคลองระพีพัฒน์ทั้งฝั่งตะวันตกและฝั่งใต้ ดังนี้ ทางฝั่งใต้จะปล่อยการระบายน้ำลงสู่ทะเลตามปกติ ส่วนทางฝั่งตะวันตกจะปิดประตูระบายน้ำทั้งหมดก่อนเพื่อทำการพร่องน้ำทั้งที่อยู่ในคลองระพีพัฒน์ฝั่งตะวันตกสายหลักและคลองสาขาทั้ง 12 แห่ง เพื่อรองรับน้ำที่กำลังจะไหลมาจากนิคมอุตสาห กรรมโรจนะ จ.อยุธยา ในอีก 3-4 วันข้างหน้า เมื่อน้ำทั้งหมดเดินทางมาถึงจะส่งผลให้น้ำในทุ่งรังสิตสูงขึ้น รวมไปถึงบริเวณตลาดไทที่น้ำอาจไหลเข้าไปด้วยและอาจเข้าท่วมบ้านเรือนในพื้นที่ลุ่ม อย่างไรก็ตาม น้ำจะสูงไม่เกิน 1 เมตรจากพื้นถนนสายหลัก

เลย 17 ต.ค.ฝนไม่หนัก-กรุงรอด

นายวีระ กล่าวว่า นอกจากนี้ยังได้ระดมสรรพกำลังเพื่อสร้างคันกั้นน้ำริมคลองรังสิต ตั้งแต่คลอง 1-7 รวมไปถึงการเร่งซ่อมประตูระบายน้ำที่ชำรุดอยู่ทั้งหมด ซึ่งกรมชลประทานยืนยันว่าหากสามารถปิดกั้นน้ำท่วมเป็นไปได้ดี ไม่มีฝนตกหนักไปจนถึงวันที่ 16-17 ต.ค.นี้ กทม.รอดพ้นจากอุทกภัยครั้งนี้อย่างแน่นอน ส่วน น้ำที่ท่วมกทม.ในบางพื้นที่เป็นน้ำที่ระบายไม่ทันจากฝนตก ไม่ใช่น้ำเหนือ และน้ำที่ท่วมในเขตพุทธมณฑล ทางบริเวณตะวันตกของเจ้าพระยานั้นเป็นน้ำที่เอ่อล้นจากแม่น้ำท่าจีน ซึ่งคาดว่าจะระบายน้ำได้ในเวลาไม่นาน

เขื่อนใหญ่ลดระบายน้ำ

นายวีระ กล่าวว่า กรมชลประทานได้ลดการระบายน้ำทั้งจากเขื่อนภูมิพล ให้เหลือน้อยกว่า 93 ล้านลบ.ม.ต่อวัน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จ.ลพบุรี ลงเหลือวันละ 80 ลบ.ม.ต่อวินาที ซึ่งทำให้ปริมาณน้ำที่ไหลลงสู่แม่น้ำเจ้าพระยาลดลงจากวันละ 2,000 ลบ.ม.ต่อวินาที เหลือปริมาณน้ำไหลวันละ 1,300 ลบ.ม.ต่อวินาที

พายุลูกใหม่จ่อเข้าใต้

สำหรับรายงานจากกรมอุตุนิยมวิทยา แจ้งว่าภายใน 2-3 วันนี้ร่องความกดอากาศต่ำยังคงพัดผ่านภาคกลาง ตะวันออก และภาคใต้ จะทำให้มีฝนตกในบริเวณดังกล่าว แต่จะไม่ส่งผลให้ปริมาณน้ำที่ท่วมอยู่ขณะนี้สูงขึ้นเนื่องทิศทางของฝนจะหันสู่ภาคใต้ อย่างไรก็ตามขณะนี้มีพายุที่ยังไม่ปรากฏชื่อได้ก่อตัวขึ้นด้านตะวันออกของฟิลิปปินส์ คาดว่าจะลงทะเลจีนใต้ในวันที่ 14-16 ต.ค.นี้ โดยกรมอุตุนิยมวิทยาจะติดตามและคาดว่าจะสามารถประเมินผลได้ภายใน 7 วันว่าจะส่งผลกระทบกับประเทศไทยหรือไม่

เรือด่วน-หางยาวยังวิ่ง

นายเชาวลิต เมธยะประภาส นายกสมาคมเรือไทย และเจ้าของบริษัท ครอบครัวขนส่ง จำกัด ผู้ให้บริการเรือโดยสารคลองแสนแสบกล่าวว่า ขณะนี้เรือคลองแสนแสบยังเปิดให้บริการตามปกติ แต่ต้องวิ่งช้าลง เนื่องจากระดับน้ำมีปริมาณสูงขึ้นต่อเนื่องหากเดินเรือเร็วอาจส่งผลกระทบต่อบ้านเรือนประชาชนที่ตั้งอยู่บริเวณริมคลอง โดยขณะนี้ปริมาณน้ำในคลองสูงขึ้นประมาณ 1 ฟุต หากน้ำทะเลหนุนจนทำให้ปริมาณน้ำในคลองแสบแสนเพิ่มสูงขึ้นอีก 1 ฟุต อาจต้องประกาศหยุดให้บริการ เพื่อความปลอดภัยของผู้โดยสารเช่นเดียวกับเรือด่วนเจ้าพระยาที่ยังคงให้บริการอยู่เช่นกัน

บางแคแจงท่วมไม่หนัก

น.ส.กนกลักษณ์ บุญช่วย ผู้ช่วยผอ.เขต ปฏิบัติราชการแทนผอ.เขตบางแค ชี้แจงว่า กรณีที่ประกาศให้พื้นที่เขตบางแค และเขตมีนบุรีเป็นเขตภัยพิบัติ เป็นเหตุให้ประชาชนในพื้นที่เกิดความตื่นตระหนก และเข้าใจผิดว่าจะเกิดเหตุอุทกภัยร้ายแรงขึ้นในพื้นที่นั้น แท้จริงแล้วการประกาศพื้นที่ประสบภัยพิบัติดังกล่าว กำหนดห้วงเวลาของภัยพิบัติระหว่างวันที่ 3-9 ก.ย. เท่านั้น และไม่เกี่ยวกับเหตุอุทกภัยที่กำลังเกิดขึ้นในภาคกลาง ซึ่งอาจมีผลทำให้เกิดความเสียหายกับพื้นที่ในกทม. ตามที่ประชาชนวิตกกังวลแต่อย่างใด สำหรับสถานการณ์ในพื้นที่เขตบางแค ซึ่งประกอบด้วยคลองย่อยหลัก 8 คลองนั้น ขณะนี้คลองสำคัญได้แก่ คลองภาษีเจริญสามารถระบายน้ำลงสู่คลองหลักได้ และสามารถระบายน้ำออกสู่เขตภาษีเจริญและเขตบางขุนเทียนไปสู่ทะเลได้

"ปทุม"พนังพังเพิ่มนับ 10 แห่ง

ที่จ.ปทุมธานี นายพันธ์เทพ ศรีวณิชย์ รองผู้ว่าฯปทุมธานี ได้ออกสำรวจสถานการณ์น้ำท่วมบริเวณถนนสายปทุมธานี-สามโคก และสายเลียบแม่น้ำเจ้าพระยา เพื่อตรวจสอบแนวกั้นน้ำที่ก่อนหน้านี้ได้พังเป็นจุดๆ และได้มีการซ่อม แซมเสร็จไปบางจุดบ้างแล้ว จากการตรวจสอบพบว่าโดยเฉพาะตำบลกระแชง อ.สามโคก จ.ปทุมธานี มีแนวกั้นน้ำแตกจำนวน 8 จุด และยังไม่สามารถป้องกันแนวแตกได้ ทำให้น้ำไหลท่วมออกมาเป็นจำนวนมากแต่ยังไม่ถึงขั้นวิกฤต นอกจากนี้ยังมีตำบลสามโคกแนวคันกั้นน้ำแตก จำนวน 3 จุด ยังไม่สามารถปิดแนวแตกได้ และตรงจุดประตูน้ำป่าฝ้าย และประตูน้ำวัดตำหนัก ก็ยังซ่อมแซมไม่ได้ ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมพื้นที่ไร่นาสวนผสมอย่างมหาศาล

เร่งระดมจนท.กู้ด่วน

นอกจากนี้ในเขตอำเภอเมือง แนวคันกั้นน้ำหน้าวัดโสภาราม ต.บางปรอก ได้พังลงทำให้น้ำเข้าท่วมในวัด สูงกว่า 1 เมตร และที่วัดหงส์ปทุมาวาส ต.บางปรอก ได้มีแนวคันกั้นน้ำพังเพิ่มมากขึ้นอีกทำให้น้ำเข้าท่วมในวัดทั้งหมดแล้วในขณะนี้ ส่วนการวางแผนป้องกันน้ำท่วมตามแนวที่พังไปในขณะนี้ ได้ให้จัดหาแบริเออร์นำมาจัดวางเป็นแนวกั้นน้ำแล้วเสริมด้วยกระสอบทรายอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งในช่วงเย็นจะได้มีการตั้งแนวที่แตกไปแล้วจะทำการปิดกั้นคันแนวใหม่ตลอดทุกจุดรวมทั้งประตูน้ำที่พังไป

มธ.ยันศูนย์รังสิตไม่ท่วม

นายสมคิด เลิศไพฑูรย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ แถลงข่าวถึงสถานการณ์ของศูนย์พักพิงผู้ประสบอุทกภัย มธ.ศูนย์รังสิต ว่า ได้เปิดอาคารให้ประชาชนเข้ามาพักพิง 2 อาคาร ประกอบด้วย อาคารยิมเนเซียม 2 ซึ่งสามารถรองรับผู้ประสบภัยได้จำนวน 1,300 คน ขณะนี้มีผู้ที่เข้ามาพักพิงแล้วจำนวน 845 คน คงเหลือพื้นที่สามารถรองรับได้อีก 455 คน ส่วนอีกที่เป็นอาคารเมนสเตเดี้ยม ซึ่งสามารถรองรับได้จำนวน 400 คน ขณะนี้มีผู้ที่เข้ามาพักพิงแล้วจำนวน 186 คน ยังรองรับผู้อพยพได้อีก และยืนยันว่าในมธ.ศูนย์รังสิต จะไม่ท่วมแน่นอน

"นนท์"เตรียมย้ายผู้ป่วย

ที่จ.นนทบุรี ร.พ.พระนั่งเกล้า ที่อยู่ติดริมแม่น้ำเจ้าพระยา ได้เตรียมแผนอพยพผู้ป่วย ไปยังร.พ.บำราศนราดูร เนื่องจากน้ำห่างจากรั้ว ร.พ.ประมาณ 1 ฟุต โดยมีผู้ป่วยไอซียู ประมาณ 30 ราย และผู้ป่วยทั่วไป 90 ราย ซึ่งพร้อมประสานทหารนำรถยีเอ็มซีเข้ามารับ และเตรียมลานจอดฮ.ไว้ กรณีฉุกเฉิน ส่วนจะอพยพเมื่อใดต้องรอดูสถานการณ์น้ำก่อน

สำหรับที่ร.พ.บางบัวทอง เนื่องจากแนวคันกั้นน้ำพัง น้ำไหลเข้าท่วมสูง รถจากภายนอกไม่สามารถเข้ามาในพื้นที่ได้ อย่างไรก็ตาม พื้นที่โรงพยาบาลอยู่ในพื้นที่สูง และน้ำยังไม่ได้เข้ามาในพื้นที่สำคัญ และมีทหารมาคอยอำนวยความสะดวกและกั้นกระสอบทรายเพิ่ม 2 พันใบ แต่ก็ได้ย้ายแผนกผู้ป่วยนอกและแผนกฉุกเฉินออกไปให้บริการอยู่ที่เทศบาลบางบัวทอง

บางบัวทอง-ปากเกร็ดจม

ส่วนที่ตลาดสดบางบัวทองที่อยู่ติดกับคลองบางบัวทอง ทางเจ้าหน้าที่ได้วางแนวกระสอบทราย 2 ชั้น เพื่อป้องกันแนวกระสอบชั้นนอกพัง ส่วนซอยข้างเทศบาลบางบัวทอง น้ำได้ทะลักเข้าท่วมจนรถยนต์ไม่สามารถเข้าไปช่วยเหลือประชาชนได้ ต้องใช้เรือเข้าไปช่วยเหลือประชาชนออกมาด้านนอก

ส่วนที่อ.ปากเกร็ดปริมาณน้ำได้ไหลเข้าท่วมพื้นถนนชัยทั้งสองช่องทางระดับน้ำสูงจนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาได้ ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.ปากเกร็ด ต้องปิดการจราจรเพื่อป้องกันไม่ให้รถยนต์ที่มาจากถนนแจ้งวัฒนะ และถนนติวานนท์แล่นขึ้นสะพานพระราม 4

นครปฐมดันน้ำเอง

ที่จ.นครปฐม ชมรมเรารักแม่น้ำท่าจีนนครปฐม ได้ร่วมกันเดินเครื่องยนต์ 6 ลำ พร่องน้ำในแม่น้ำท่าจีนจุดสะพานข้ามแม่น้ำท่าจีนถนนบรมราชชนนี ผลักดันน้ำให้ไหลเร็วขึ้นเพื่อแก้และป้องกันสถานการณ์น้ำที่กำลังเอ่อล้นตลิ่งแม่น้ำท่าจีนที่เริ่มเอ่อท่วมเข้าท่วมบ้านเรือน และไร่นา สวนผลไม้ของชาวบ้านริมน้ำ โดนใช้งบประมาณของตัวเอง เนื่องจากรัฐบาลไม่ให้ความช่วยเหลือ

ปีติโรงครัวพระราชทาน

ที่จ.พระนครศรีอยุธยา พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าศรีรัศมิ์ พระวรชายาในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จเยี่ยมประชาชน ณ ศูนย์อำนวยการช่วยเหลืออุทกภัย กระทรวงมหาดไทย หน้าศาลากลาง จ.อยุธยา โดยมีนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าฯพระนครศรีอยุธยา และหน่วยงานที่ให้ความช่วยเหลือผู้ประสบภัยทั้งภาครัฐและภาคเอกชน พร้อมประชาชนเฝ้ารับเสด็จ จากนั้น นายไพรินทร์ ชูโชติถาวร ผู้ว่าปตท. เข้าเฝ้าเพื่อถวายน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเรือยนต์ที่ได้รับบริจาคผ่านโครงการเติมน้ำใจให้น้ำมัน และโครงการสายใยรักแห่งครอบครัว จำนวน 3 หมื่นถัง ถังละ 15 ลิตร ประกอบด้วยน้ำมันดีเซลและน้ำมันเบนซิน จากนั้นประทานน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับเรือยนต์ให้แก่ผู้ว่าฯอยุธยา 2,000 ถัง ประกอบด้วยน้ำมันดีเซล 15,000 ลิตร น้ำมันเบนซิน 91 จำนวน 15,000 ลิตร ส่วนที่เหลือจะมอบให้แก่จังหวัดอื่นที่ยังขาด แคลนน้ำมันสำหรับเรือยนต์ต่อไป

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ยังทรงเยี่ยมครัวพระราชทานที่เปิดไว้สำหรับเลี้ยงผู้อพยพที่อาศัยอยู่หน้าศาลากลางจังหวัด อาสาสมัครช่วยเหลือผู้ประสบภัย และนำไปส่งถึงที่อยู่อาศัยตามบ้านเรือนวันละ 2 มื้อ โดยเปิดครัวพระราชทานเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนในเบื้องต้น

"กรุงเก่า"อาหารขาดแคลน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนที่ยังพักอาศัยอยู่ในบ้านพักตามชุมชนต่างๆ ในเขตเกาะเมือง เริ่มขาดแคลนอาหารแล้ว เพราะการเข้าออกเพื่อหาซื้ออาหารด้วยความยากลำบาก ต้องใช้เรือเพียงอย่างเดียว มีชาวบ้านนำเรือหางยาวและเรือพายเข้ามารับจ้างภายในเกาะเมือง ซึ่งราคาแพงโดยเสียค่าเรือคนละ 100-200 บาท เพราะเรือของหน่วยงานต่างๆ มาบริการแต่จะผ่านเฉพาะจุดถนนสายใหญ่เท่านั้น และอาหารและน้ำดื่มที่มีหน่วยงานเข้ามาแจกจ่ายยังไม่ทั่วถึง จึงอยากให้ประสานงานการช่วยเรื่องอาหารอย่างเร่งด่วนก่อน และไม่อยากออกไปอยู่ที่ศูนย์อพยพเพราะยังห่วงทรัพย์สิน

เริ่มปล้นเซเว่นฯแล้ว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตำรวจสภ.พระนคร ศรีอยุธยา รับแจ้งเหตุมีกลุ่มคนบุกเข้าไปทุบกระจกร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ข้างโรงแรมอยุธยาธานีที่ปิดตัวเองอยู่เพราะเหตุน้ำท่วม เพื่อเข้าไปขโมยอาหาร เครื่องดื่ม อย่างไรก็ตาม เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึงจุดเกิดเหตุนั้นผู้กระทำความผิดหลบหนีไปหมดแล้ว ขณะที่ร้านเซเว่น-อีเลฟเว่น ดังกล่าวได้รับความเสียหาย สินค้าสูญหายเกือบหมดทั้งร้าน

ผวาไอ้เข้โผล่เพียบ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า มีจระเข้หลุดออกจากฟาร์มแห่งหนึ่งใน ต.กระแชง อ.บางไทร กว่า 100 ตัว ล่าสุดมีชาวบ้านพบจระเข้ขนาดใหญ่ ขึ้นมาเกยตื้นที่บริเวณวงเวียนโรงเรียนอยุธยาวิทยาลัย ต.ประตูชัย อ.พระนครศรีอยุธยา สร้างความแตกตื่นให้กับชาวบ้านที่เดินลุยน้ำและพายเรือผ่านบริเวณจุดดังกล่าว นอกจากนี้ที่บริเวณวัดโลกยสุธา ม.8 ต.หัวรอ อ.พระนครศรีอยุธยา กลางอุทยานประวัติศาสตร์อยุธยา มีชาวบ้านพบจระเข้จำนวน 2 ตัวลอยหัวอยู่ที่บริเวณหน้าพระนอน เมื่อเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ภัยเข้าไปเพื่อจะจับพบว่าได้ว่ายหลบหนีเข้าบ้านเรือนประชาชน จึงไม่สามารถจับกุมได้ ที่ผ่านมามีเจ้าหน้าที่กู้ภัยถูกจระเข้กัดขณะจับกุมจระเข้ได้รับบาดเจ็บ 2 ราย

เร่งเก็บกู้ขยะ 100 ตัน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้เทศบาลพระนคร ศรีอยุธยาได้พังแนวคันกั้นน้ำทางทิศใต้ออกบางจุด เพื่อเปิดเส้นทางให้น้ำในเกาะเมืองได้ไหลลงแม่น้ำในแม่น้ำเจ้าพระยา และป่าสัก จนขณะนี้น้ำในเกาะเมืองเริ่มทรงตัว ส่วนปัญหาขยะที่มีมากกว่า 100 ตัน ลอยอยู่ ได้ใช้เรือท้องแบนจำนวน 5 ลำพายออกเก็บตลอด 24 ชั่วโมง จัดเป็น 3 กะ เชื่อว่าจะลดจำนวนขยะลงได้บ้าง ส่วนเรื่องยุงชุมได้ให้ผู้นำ อสม. ลงเรือไปแจกตามชุมชนที่ยังตกค้าง

ย้ายรถสะพานปรีดีแล้ว

ที่สะพานปรีดีธำรง พล.ต.ต.อนุรักษ์ แตงเกษม ผบก.จว.อยุธยา พ.ต.อ.สมบัติ ชูชัยยะ ผกก.สภ.พระนครศรีอยุธยา และแขวงการทางพิเศษ กระทรวงคมนาคม นำรถยกขนาดใหญ่ มายกรถที่จอดไว้บนสะพานกว่า 100 คัน ออกไปไว้ที่บริเวณถนนหน้าวัดกล้วย ต.กะมัง เพื่อป้องกันการทรุดของสะพานปรีดี และเพื่อเป็นการเปิดเส้นทางให้กับเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปช่วยเหลือในการอพยพประชาชนออกนอกเกาะเมือง ให้สะดวก โดยได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว

จวนผู้ว่าฯ ก็จม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณบ้านพักนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าฯ พระนครศรีอยุธยา ตั้งอยู่ริมถนนโรจนะ ต.ประตูชัย ภายในเกาะเมือง ใกล้กับศาลากลางหลังเก่า มีเนื้อที่ 80 ไร่เศษ ถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 2 เมตร โดยนายวิทยาได้อพยพไปพักอยู่ที่ศูนย์ราชการริมถนนสายเอเชีย ตำบลคลองสวนพลู อ.พระนครศรีอยุธยา

ระทึกดาราน้ำซัดหวิดดับ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทีมงานบริษัทเวิร์คพอยท์ ประกอบด้วยโน้ต เชิญยิ้ม บ๊อบ บดินทร์ และริว จิตสัมผัส นำของบริจาคของ ต.บางระกำ อ.นครหลวง เกิดเหตุน้ำซัดรถโฟร์วีลส์ จนทำให้คนในรถต้องกระโดดลงรถว่ายน้ำหนี แต่ก็เกือบจมน้ำ แต่สุดท้ายก็ปลอดภัยกันทั้งหมด

"อ่างทอง"ช่วยพ่อเฒ่า

ที่จ.อ่างทอง เจ้าหน้าที่เร่งช่วยนายเป๋ วงษ์พยัพ อายุ 61 ปี จากเพิงสังกะสีที่ถูกน้ำท่วม บริเวณหมู่ที่ 8 ต.ไชยภูมิ อ.ไชโย ที่อาศัยอยู่บนแคร่ไม้ขนาดกว้างประมาณ 1 เมตร ยาว ประมาณ 2 เมตร ภายในเพิงสังกะสีที่ไม่มีประตูหน้าต่าง ในสภาพซูบผอม แขนขาลีบเล็ก ผิว หนังเหลืองซีด พูดจาไม่ค่อยรู้เรื่อง นอนอยู่ใส่แต่เสื้อ กางเกงไม่ได้ใส่ ยุงกัดเต็มตัว อุจจาระ และปัสสาวะเลอะเทอะเต็มไปหมด ทั้งนี้ สถาน การณ์น้ำท่วมยังคงรุนแรงอยู่

สุพรรณฯ ก็ท่วม

ที่จ.สุพรรณบุรี บริเวณคูเมืองโบราณ ทั้งทิศเหนือและทิศใต้ อ.เมือง จ.สุพรรณบุรี น้ำในแม่น้ำท่าจีนล้นตลิ่งเข้าท่วมบ้านเรือนสองฟากฝั่งโดยน้ำส่วนหนึ่งไหลบ่าเข้าท่วมพื้นที่การเกษตรและอ้อมเข้ามาในคลองคูเมืองโบราณ จนทำให้น้ำล้นคูเมืองทั้งสองฟากฝั่งถนนและมีปริมาณเพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ท่วมถนนมาลัยแมน ช่วงประตูเมืองทั้งขาขึ้นและขาล่อง เจ้าหน้าที่เทศบาลและแขวงการทางต้องนำกระสอบทรายมาเรียงเป็นแนวคันกั้นน้ำ พร้อมสูบน้ำออก นอกจากนี้น้ำยังไหลเข้าท่วมสถานีขนส่งสุพรรณบุรีแล้ว

ซ่อมบางโฉมศรีได้แล้ว

ที่จ.สิงห์บุรี การซ่อมประตูระบายน้ำบางโฉมศรี ได้เสร็จสิ้นลงแล้วเมื่อช่วงเย็นวันที่ 10 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเร็วกว่ากำหนดที่ตั้งเอาไว้ที่จะต้องเสร็จในวันที่ 12 ต.ค. โดยใช้กล่องใส่หินถมหน้าประตูน้ำทั้งสิ้น 9,200 กล่อง ทำให้ระดับน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาบริเวณหน้าประตูระบายน้ำ สูงขึ้น 45 ซ.ม. สูงกว่าท้ายประตูระบายน้ำประมาณ 1.2 เมตร ทำให้บ้านเรือนของประชาชนที่อยู่บริเวณหน้าประตูระบายน้ำนั้นได้รับผลกระทบมากขึ้น

ลพบุรียังจมมิด

ที่จ.ลพบุรี ระดับน้ำยังท่วมสูงในระดับ 1-2 เมตร โดยถนนสายลพบุรี-สิงห์บุรี ช่วงสะพาน 2 วัดมณีชลขันธ์ รถเล็กยังไม่สามารถผ่านไปมาได้ โดยผู้ที่เดินทางมาจากจ.สิงห์บุรี และอ.ท่าวุ้ง ต้องจอดรถเอาไว้ในเขตตำบลโพตลาดแก้ว อ.ท่าวุ้ง จากนั้นขึ้นรถยีเอ็มซีของทหาร หรือรถคันใหญ่ๆ มาลงที่ตลาดท่าโพธิ์ ต.ท่าหิน อ.เมือง และต่อรถเข้าไปในตัวเมืองอีกที

"ชัยนาท"น้ำซัดถนนขาด

ที่จ.ชัยนาท น้ำท่วมทวีความรุนแรงเข้าท่วมถนนสายชัยนาท-ตาลีตลอดสาย 1 ช่องทางจราจร ระยะทาง 7 กิโลเมตร เนื่องจากพนังดินที่ต.ธรรมามูลแตก 4 จุดใหญ่ เจ้าหน้าที่เร่งซ่อมพนังดิน โดยล่าสุดซ่อมได้เพียง 2 จุด เจ้าหน้าที่เร่งทำงานเพื่อลดความรุนแรงของน้ำ

จนท.เร่งกู้นครสวรรค์

ที่จ.นครสวรรค์ เจ้าหน้าที่เร่งช่วยผู้ประสบภัยขนย้ายสิ่งของและอพยพ โดยมีเจ้าหน้าที่ทหารเป็นกำลังหลัก หลังจากไม่สามารถซ่อมพนังกั้นน้ำ ทำให้ภายในเทศบาลเมืองและตลาดบ่อนไก่ยังคงจมอยู่ โดยช่วงเช้าที่ผ่านมามีความวุ่นวายที่เชิงเขากบ ตั้งแต่หน้าสำนักงานเทศบาลนครสวรรค์ เนื่องจากมีพ่อค้าแม่ค้าอพยพมาขายของริมถนน ทำให้การจราจรติดขัด เพราะมีประชาชนส่วนหนึ่งต้องรอรถบริการของทหาร เข้ามาในตัวเมืองปากน้ำโพ เพื่อดูแลทรัพย์สิน และทำงานที่ร.พ.สวรรค์ประชารักษ์ ทั้งนี้ร.พ.ได้ประกาศงดรับผู้ป่วย แต่ได้ตั้งศูนย์ให้บริการทางการแพทย์ที่ศูนย์เครื่องมือจักรกล อบจ.นครสวรรค์แทน

ร่นทางทำคันกั้นน้ำ

สำหรับการซ่อมแซมพนังกั้นน้ำและการป้องกันเมือง นายชัยโรจน์ มีแดง ผวจ. นคร สวรรค์ พล.ท.วรรณทิพย์ ว่องไว แม่ทัพภาคที่ 3 และนายจิตตเกษมณ์นิโรจน์ ธนรัฐ นายกเทศมนตรีฯ ประชุมหาแนวทางแก้ไขปัญหา โดยจะนำหินคลุกมาเทบริเวณถนนโกสีย์เหนือตลอดแนว เพื่อชะลอน้ำให้เข้าตัวตลาดปากน้ำโพช้าลง และป้องกันไม่ให้น้ำท่วมขยายวงกว้างออก อีกทั้งป้องกันไม่ให้น้ำท่วมไปในศาลากลาง โดยจะต้องทำคันกั้นน้ำบนถนนรังสิโยทัยจากสี่แยกพหลโยธินขึ้นมาตามถนนจนถึงสี่แยกเดชาติวงศ์ เพื่อกั้นน้ำให้อยู่เฉพาะในตัวตลาดปากน้ำโพเท่านั้น หากสามารถชะลอน้ำได้แล้ว เจ้าหน้าที่จะเร่งสูบน้ำออก เนื่องจากในหลายจุดน้ำมีระดับความลึกกว่า 2 เมตร และอีกปัญหาหนึ่งที่กำลังประสบคือ แรงคลื่นจากเรือหางยาวที่วิ่งรับ-ส่งประชาชน คลื่นมีความแรงมากจนส่งผลให้กระจกบ้านเรือน ร้านค้าแตกเสียหาย จึงต้องขอความร่วมมือตำรวจให้ช่วยประชาสัมพันธ์ผู้ใช้เรือให้ชะลอความเร็วเรือลง

เร่งย้ายผู้ป่วยออกนอกพื้นที่

น.พ.บัวเรศ ศรีประทักษ์ นายแพทย์สสจ. นครสวรรค์ เผยว่า ยังมีผู้ป่วยหลงเหลืออยู่ใน ร.พ.สวรรค์ประชารักษ์ อีก 400 ราย ซึ่งอาการไม่หนัก แต่มีผู้ป่วยอีก 30-40 ราย ที่ต้องส่งไปร.พ.ใกล้เคียง และต้องใช้ฮ.ขนย้ายอีก 5 คน เนื่องจากขณะนี้น้ำได้ขึ้นสูงขึ้น เหลืออีก 20 ซ.ม.จะถึงอาคารบริการชั้น 1

ทุกข์ซ้ำค่าเรือมหาโหด

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะนี้ได้เกิดปัญหาคือการคิดค่าโดยสารเรือเข้าเมืองแพงมาก เหมาลำ 100-200 บาทขึ้นอยู่กับระยะทาง ส่วนที่จะเดินทางไปร.พ.สวรรค์ประชารักษ์ ต้องจ่ายค่าโดยสารหัวละ 50 บาท ถ้าเหมาลำละ 200 บาท นอกจากนี้ยังเดือดร้อนเรื่องการไม่มีกระแสไฟฟ้าใช้ทั้งเมือง

เชื่ออีก1-2วันกู้ได้

นายจิตตเกษมณ์กล่าวว่า ได้มีการประชุมวางแผนร่วมกันหาวิธีใหม่ เพื่อเร่งซ่อมแซมรอยพังของพนังกั้นน้ำอีกครั้ง โดยจะนำกระสอบใส่ทรายที่มีน้ำหนักใบละ 1 ตัน แล้วใช้เรือมีเครนของกรมเจ้าท่ายกกระสอบไปวางอุดรอยรั่ว ซึ่งจากการดำเนินการตลอดทั้งวัน สามารถซ่อม แซมรอยรั่วได้แล้วเป็นระยะทาง 5 เมตร ซึ่งจะดำเนินการต่ออีกทั้งคืน คาดว่าจะใช้เวลาอีก 1-2 วันจะแล้วเสร็จ การดำเนินการเป็นไปอย่างยากลำบากและทำได้ช้า เนื่องจากกระสอบทรายมีขนาดใหญ่และหนักมาก

เรือชนพนังพังเพิ่ม

นายจิตตเกษมณ์กล่าวว่า นอกจากนี้ยัง ทำแนวกั้นน้ำตลอดแนวถนนพหลโยธินเพื่อป้องกันไม่ให้น้ำไหลข้ามไปอีกฟากหนึ่ง ซึ่งเป็นศูนย์ราชการตั้งแต่บริเวณเชิงสะพานเดชาติวงศ์เป็นต้นไป ส่วนบนถนนรังสิโยทัย ที่ เชื่อมต่อไปยังถนนสายนครสวรรค์-พิษณุโลก เทศบาลร่วมกับแขวงการทาง เทหินคลุกด้านซ้ายของถนนขาล่องเพื่อเป็นแนวกันน้ำไม่ให้ไหลข้ามถนนไปยังศูนย์ท่ารถ ซึ่งน้ำจะทะลุไปออกศูนย์ราชการได้

มีรายงานการดำเนินการซ่อมแนวกั้นน้ำว่า ในช่วงบ่ายขณะเรือเครนของกรมเจ้าท่ากำลังยกกระสอบทรายวางซ่อมแนวเดิมนั้น ได้เกิดอุบัติเหตุขึ้น เรือของกรมเจ้าท่าถูกกระแสน้ำพัดเอาท้ายเรือไปกระแทกเข้ากับแนวคันกั้นน้ำจนพังลงไปเป็นระยะทางยาวประมาณ 5-6 เมตร แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง เพราะเป็นคนละแนวพนังที่เทศบาลเร่งสร้างขึ้น

"พิจิตร"น้ำเริ่มลด

ที่จ.พิจิตร พื้นที่ลุ่มแม่น้ำน่าน ในอ.บางมูล นาก อ.ตะพานหิน และอ.เมือง ระดับน้ำเริ่มลดลง 40 ซ.ม.พื้นที่ลดลงจากน้ำท่วมกว่า 1 แสนไร่ โดยเจ้าหน้าที่เร่งฟื้นฟูความเสียหายย่านเศรษฐกิจให้กลับมาเหมือนเดิมโดยเร็ว

ภูเก็ตโคลนถล่มกลางเมือง

ที่จ.ภูเก็ต เมื่อเวลา 03.00 น. วันเดียวกัน เกิดภาวะฝนตกหนักส่งผลให้ดินจากเขาโต๊ะแซะสไลด์ลงมาพร้อมกับน้ำโคลนทะลักไหลเข้าหมู่บ้านณัฐกมล หมู่ 3 ต.รัษฎา ใจกลางเมืองภูเก็ตเป็นเหตุให้กำแพงหมู่บ้านพังทลาย ดินโคลนและน้ำท่วมพื้นถนนจนทะลักเข้าบ้านเรือนประชาชนได้รับความเสียหายกว่า 100 หลังคาเรือน รถของชาวบ้านจำนวนหลายคันที่จอดอยู่บริเวณถนนภายในหมู่บ้านถูกน้ำซัดไหลไปชนกันได้รับความเสียหาย และบางคันก็ถูกน้ำพัดพาไหลจากจุดจอดเดิมไปเป็นระยะทางกว่า 10 เมตร นอกจากนั้นยังพบรอยร้าวของถนนในหมู่บ้านและเริ่มทรุดตัวในบางจุด ทั้งนี้ทางเทศบาลตำบลรัษฎาประกาศเป็นพื้นที่ภัยพิบัติทันที

พระเทพฯเสด็จฯเยี่ยมน้ำท่วม

เมื่อเวลา 13.51 น. วันที่ 11 ต.ค. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯ ยังโรงสีข้าวมูลนิธิชัยพัฒนา ศูนย์สาธิตและพัฒนาพลังงานทดแทนแบบครบวงจร อ.ลาดบัวหลวง จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อทรงเยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัย ในพื้นที่ จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมีนายวิทยา ผิวผ่อง ผู้ว่าฯพระนครศรีอยุธยา นายถวัลย์รัฐ อ่อนศิระ อธิบดีกรมเจ้าท่า และประชาชนที่ประสบอุทกภัยเฝ้าฯรับเสด็จ ในการนี้พระราชทานถุงยังชีพให้ประชาชนที่ประสบอุทกภัย ก่อนเสด็จฯ เยี่ยมหน่วยแพทย์พระราชทานของคณะแพทย์จากโรงพยาบาลรามาธิบดี และเยี่ยมโรงครัวประกอบอาหารของสำนักงานบรรเทาทุกข์และประชานามัยพิทักษ์ สภากาชาดไทย นอกจากนั้นยังมีพระราชกระแสให้จังหวัดจัดหาทางผันน้ำเข้าทุ่งภูเขาทอง และทุ่งมะขามหย่อง แต่ถ้าป้องกันไว้ได้แล้วให้เร่งจัดหาที่อยู่อาศัยชั่วคราวที่ปลอดภัยให้ราษฎร

นายถวัลย์รัฐ กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งให้กรมเจ้าท่าจัดหาเรือท้องแบนที่มีกำลังสูง สามารถแล่นฝ่ากระแสน้ำที่ไหลเชี่ยวเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อเข้าไปช่วยเหลือประชาชนที่ติดอยู่ในพื้นที่ที่เจ้าหน้าที่รัฐเข้าไปช่วยเหลือไม่ถึง รวมทั้งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งขุดลอกคูคลองเพื่อผลักดันน้ำให้ไหลลงสู่ทะเลให้เร็วที่สุดเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนให้กับประชาชน

ด้านนายวิทยากล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รับสั่งให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องจัดเตรียมฝึกอาชีพให้กับประชาชนที่ประสบอุทกภัยที่ยังไม่สามารถประกอบอาชีพได้ รวมทั้งจัดหากิจกรรมให้กับเด็กนักเรียนที่ยังไม่สามารถไปโรงเรียนได้ทำกิจกรรม เพื่อผ่อนคลายความตึงเครียดให้กับประชาชนและนักเรียนที่กำลังประสบอุทกภัย พร้อมทั้งให้หน่วยแพทย์พระราชทานและโรงครัวประกอบอาหารเคลื่อนที่ของสภากาชาดไทยเตรียมความพร้อมทั้งวัตถุดิบและกำลังเจ้าหน้าที่ในการประกอบอาหารให้พร้อมอยู่เสมอเพื่อให้สามารถออกไปช่วยเหลือประชาชนที่ประสบอุทกภัยได้อย่างทันท่วงที

จากนั้น เวลา 16.33 น. เสด็จฯยังมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย ต.ลำไทร อ.วังน้อย จ.พระนครศรีอยุธยา สถานที่ตั้งศูนย์ช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมของมูลนิธิชัยพัฒนา ซึ่งสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี มีพระราชดำริให้มูลนิธิชัยพัฒนาจัดตั้งเพื่อเป็นสถานที่รองรับผู้ประสบภัยที่อพยพออกจากบ้านเรือนที่ถูกน้ำท่วมเสียหาย และเป็นสถานที่รับบริจาคของใช้ที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัย

โอกาสนี้ โปรดเกล้าฯให้จัดสร้างโรงครัวประกอบอาหารสำหรับแจกจ่ายผู้ได้รับผลกระทบจากอุทกภัย และให้คณะแพทย์และพยาบาลจากโรงพยาบาลรามาธิบดีออกหน่วยแพทย์เคลื่อนที่ให้บริการแก่ประชาชน พร้อมทรงตรวจเยี่ยมคลังข้าว โรงครัว ที่เก็บอาหารสด สำหรับพระสงฆ์ ก่อนเสด็จฯทอดพระเนตรที่พักอาศัยของผู้ประสบอุทกภัย ทรงมีพระราชปฏิสันถารกับประชาชนที่อพยพเข้ามา รวมถึงประชาชนที่ป่วยเป็นโรคอัมพฤกษ์

นางภากมล รัตตเสรี ผอ.ศูนย์ช่วยเหลือฟื้นฟูผู้ประสบภัยน้ำท่วมของมูลนิธิชัยพัฒนา กล่าวว่า สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ รับสั่งให้ดูแลเรื่องนมของเด็กเล็กและอาหารเสริมที่เด็กจะรับประทาน ส่วนเรื่องคนเจ็บป่วยให้ประสานกับหน่วยแพทย์เคลื่อนที่เพื่อให้ช่วยดูแลผู้ป่วยอย่างทั่วถึง ส่วนในระยะยาวหากสถานการณ์น้ำท่วมยังไม่คลี่คลายให้จัดสถานที่เพื่อสอนหนังสือให้กับเด็กและเยาวชนด้วย
นายกฯ เผยในหลวงทรงห่วงประชาชน ทรงแนะเร่งระบายน้ำด้านตะวันออกของกทม.

วันที่ 12 ต.ค. น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังเข้าเฝ้าฯ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ว่า พระองค์ท่านทรงรับสั่งว่าในเรื่องของน้ำครั้งนี้มากจริงๆ กระทบและทำให้เกิดความเสียหายจำนวนมาก พระองค์ทรงเป็นห่วงพี่น้องประชาชนในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นขณะนี้ และพระองค์ทรงให้ความสำคัญในการเร่งระบายน้ำทางด้านตะวันออกของกทม. ที่เรามีการเร่งระบายน้ำ และดำเนินการขุดคลองนั้น ก็คงต้องเร่งรัดในการขุดคลองเพื่อให้เกิดการระบายน้ำอย่างเต็มที่ ส่วนทางด้านทิศตะวันตกของกทม. ก็คงจะไปดูในส่วนของการหาพื้นที่ หรือคลองเพื่อระบายน้ำ ซึ่งตนจะไปสำรวจในวันที่ 13 ต.ค.นี้ เพิ่มเติม ทั้งนี้การระบายน้ำที่ดีที่สุดคือการระบายน้ำลงสู่ทะเล ดังนั้นการทำงานของประตูปิด-เปิดระบายน้ำถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องบริหารจัดการให้อยู่ในช่วงที่สัมพันธ์กับระดับน้ำทะเลที่ขึ้นลง



“พระองค์ท่านทรงเป็นห่วงประชาชนอย่างมากดิฉันก็ได้กราบทูลพระองค์ท่านในเรื่องที่เราได้มีการดำเนินการและสั่งการดูแลพี่น้องประชาชน”นายกรัฐมนตรี กล่าว


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากนั้น นายกรัฐมนตรี ได้หารือกับบรรดารัฐมนตรี และคณะกรรมการ ศปภ.อีกครั้งซึ่งคาดว่าได้มีการนำเอากระแสพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาแจ้งให้รับทราบและเร่งดำเนินการ
บก.จร.แจ้งสถานที่จอดรถฟรีหนีน้ำท่วมหลายหมื่นคัน

กองบังคับการตำรวจจราจร (บก.จร.) ได้เผยแพร่ข้อมูลสถานที่ที่ให้บริการจอดรถยนต์ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อหนีจากสถานการณ์น้ำท่วม ผ่านเว็บไซต์  www.trafficpolice.go.th  ซึ่งเป็นข้อมูลที่อัพเดทแล้ว พร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ ซึ่งก่อนที่ประชาชนจะเดินทางไป ควรโทรศัพท์สอบถามล่วงหน้าก่อนด้วย เนื่องจากบางสถานที่อาจเต็มแล้ว รายชื่อสถานที่จอดรถฟรีมีดังนี้

- สนามบินดอนเมือง บริเวณอาคารจอดรถผู้โดยสารภายในประเทศ และอาคารคลังสินค้าสูง 5 ชั้น รับรถได้ 3,000 คัน ติดต่อสอบถามเจ้าหน้าที่ 0-2535-1533, 1466, 0-2535-1515, 1516, 0-2535-1349, 1630

- ศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค รังสิต สามารถนำรถมาจอดได้ที่บนอาคารจอดรถของศูนย์การค้าฟิวเจอร์พาร์ค ตั้งแต่วันที่ 7 ต.ค.เป็นต้นไป สอบถามรายละเอียดได้ที่ 02-958-0011 กด 0

- ห้างสรรพสินค้าซีคอนสแควร์ เปิดพื้นที่ดาดฟ้าชั้น 6 รองรับรถได้ถึง 750 คัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 7-16 ต.ค.โดยสามารถจอดค้างคืนตลอดระยะเวลาดังกล่าว สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ฝ่ายสื่อสารการตลาด โทร.02-721-8888 ต่อ 313 , 314 หรือ witter.com/seaconsquare, facebook.com/SeaconSquareFanPage

- บริษัทเซ็นทรัลพัฒนา เปิดให้บริการจอดรถฟรีที่ห้างสรรพสินค้าเซ็นทรัลพลาซ่า ปิ่นเกล้า, บางนา, พระราม 2, พระราม 3, แจ้งวัฒนะ, รัตนาธิเบศร์, รามอินทรา, เชียงใหม่ แอร์พอร์ต,เชียงราย, ขอนแก่น, อุดรธานี, ชลบุรี และเซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช สอบถามเพิ่มเติม โทร 02-667-5555 ต่อ 4108 ,02 667 5555 ต่อ 4108

- ตลาดนัดบานาน่าสแควร์ ข้างโลตัสลพบุรี และตึกจอดรถของห้างโลตัสอีก 8 ชั้น รวมจอดรถได้กว่า 1,500 คัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ คุณอู้ 089- 884-4839

- ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์ (เหมาะสำหรับคนที่อยู่แถว สมุทรปราการ ประเวศ พัฒนาการ อ่อนนุช หรือแถวๆ นั้น) รองรับรถยนต์ได้ถึง 650 คัน สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทร. 02-787-2191

- อาคาร HobbyLobby แยกแคราย จ.นนทบุรี ตรงข้ามเอสพลานาด รองรับรถยนต์ได้ 400 คัน สอบถามเพิ่มเติม โทร 081-906-9460

- อิมพีเรียลลาดพร้าว เปิดบริการจอดรถฟรีฉุกเฉินในบริเวณเขตพื้นที่ลาดพร้าว วังทองหลางตลอด 24 ชั่วโมง ติดต่อ โทร.02-9349150

- เดอะมอลล์ สาขารามคำแหง ฝั่งเดอะมอลล์ 2 เปิดให้จอดรถที่ชั้น 3

- เดอะมอลล์ 3 เปิดให้จอดรถที่ ชั้น 3บี  ขึ้นไป ติดต่อ 02-310-1000 ต่อฝ่ายธุรการ

- แฟชั่นไอส์แลนด์ เปิดให้จอดรถ เริ่มวันที่ 8 ต.ค. ติดต่อ 0-2947-5000

- สนามบินสุวรรณภูมิ ให้จอดฟรีถึงวันที่ 15 ต.ค. และอาจขยายเวลาออกไปอีก สอบถามเพิ่มเติม โทร 02-132-6535 หรือ ประชาสัมพันธ์ของสนามบิน 02-132-1888

- กองทัพอากาศ ที่โรงเรียนนายเรืออากาศ จำนวน 1,000 คัน, หอประชุมกองทัพอากาศ 600 คัน, สวนสุขภาพ 100 คัน, พิพิธภัณฑ์กองทัพอากาศ 100 คัน, สนามกีฬาธูปะเตมีย์ 300 คัน โดยต้องเตรียมหลักฐานจำนวน 2 ชุด ติดด้านหน้ากระจกรถยนต์ จำนวน 1 ชุด ได้แก่ สำเนาทะเบียนรถ, สำเนาบัตรประชาชาชน, หมายเลขโทรศัพท์ ติดต่อสอบถามเพิ่มเติมที่ศูนย์ช่วยเหลือผู้ประสบภัย ณ ที่ตั้งท่าอากาศยานดอนเมือง โทร 1111 ต่อ 5 (โทรได้ตลอดเวลา) และศูนย์บรรเทาสาธารณภัยกองทัพอากาศ 02-5342096 ในเวลาราชการ, 02-5341700 ต่อ 15 นอกเวลาราชการ

- สถานีแอร์พอร์ตลิงก์ มักกะสัน ให้จอดรถฟรี 200 คัน บริเวณลานจอดรถชั้น 1 สถานีมักกะสัน โดยต้องนำสำเนาทะเบียนรถ และสำเนาบัตรประชาชนมาติดต่อเจ้าหน้าที่ บริเวณชั้น 3 ของสถานีมักกะสัน หรือโทรศัพท์หมายเลข 02-308-5600 ต่อ 2906 หรือ 2907 ตั้งแต่เวลา 07.00-23.00 น.

- ห้างสรรพสินค้าตั้ง ฮั่ว เส็ง ย่านบางพลัด ติดต่อสอบถาม 0-2434-0448 ต่อ 1222, 1234, 8999 ติดต่อ พร้อมเตรียมเอกสารสำเนาบัตรประชาชนของผู้ฝาก สำเนาคู่มือการจดทะเบียนรถหน้าที่แสดงชื่อเจ้าของรถ และหน้าที่แสดงการชำระภาษีประจำปี

- เมเจอร์ ซีนีเพล็กซ์ สาขารัชโยธิน, รังสิต, สุขุมวิท, ปิ่นเกล้า และเอสพลานาด งามวงศ์วาน-แคราย โดยเตรียมเอกสารสำเนาบัตรประชาชน สำเนาทะเบียนรถ และสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ สาขา รัชโยธิน 02 5115427 ต่อ 190-191, สาขา รังสิต 02 5677047 ต่อ 106-107, สาขา สุขุมวิท 02 7412897, สาขา ปิ่นเกล้า 02 4349075, สาขา งามวงศ์วาน-แคราย 02 5807491 และ facebook.com/majorgroup

สำหรับจุดจอดรถ 109 จุด ที่กองบังคับการตำรวจนครบาล 1-9 (บก.น.1-9) เตรียมไว้บริการประชาชนในเขตนครบาลนั้น ประกอบด้วย

1.อาคารจอดรถ กทม. ถนนไกรสีห์ จำนวน 400 คัน
2.อาคารสนามม้านางเลิ้ง จำนวน 100 คัน
3.โรงแรมปรินซ์พาเลส จำนวน 50 คัน
4.อาคารจอดรถ สวนสัตว์ดุสิต จำนวน 400 คัน
5.ศูนย์การค้า SUPREME จำนวน 150 คัน
6.บริษัทประกันภัยไทยวิวัฒน์ จำนวน 100 คัน
7.ศูนย์การค้าเอสพานาด จำนวน 500 คัน
8.ศูนย์การค้าฟอร์จูน จำนวน 400 คัน
9.อาคารไซเบอร์เวิลด์ จำนวน 300 คัน
10.สถานีรถไฟฟ้าใต้ดิน (ศูนย์วัฒนธรรม) จำนวน 80 คัน
11.ห้างแพลตตินัม จำนวน 150 คัน
12.ห้างพันธุ์ทิพย์ จำนวน 100 คัน
13.ห้างพาราเดียม จำนวน 100 คัน
14.โรงแรมอมารีวอเตอร์เกท จำนวน 100 คัน
15.ตึกชาญอิสระ 2 จำนวน 50 คัน
16.อาคารอิตัลไทย จำนวน 50 คัน
รวมพื้นที่ บก.น. 1 ทั้งหมด 3,050 คัน
17.บิ๊กซี แจ้งวัฒนะ จำนวน 69 คัน
18.ห้างไอที หลักสี่ จำนวน 1,000 คัน
19.ศูนย์ราชการแจ้งวัฒนะอาคารบี จำนวน 300 คัน
20.สนามบินดอนเมือง จำนวน 3,000 คัน
21.ห้างเซ็นทรัล ลาดพร้าว จำนวน 3,000 คัน
22.ห้างเมเจอร์รัชโยธิน จำนวน 1,200 คัน
23.ลานจอด รฟม.(รัชดา-ลาดพร้าว) จำนวน 2,000 คัน
24.ลานจอดรถบีทีเอส หมอชิตเก่า จำนวน 2,000 คัน
25.ลานจอดรถจตุจักร จำนวน 1,000 คัน
26.ลานจอดรถสวนรถไฟ จำนวน 200 คัน
27.ตึก ปตท.(สำนักงานใหญ่) จำนวน 500 คัน
28.ธนาคารออมสิน (สำนักงานใหญ่) จำนวน 500 คัน
29.ห้างเซ็นทรัล รามอินทรา จำนวน 300 คัน
30.มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จำนวน 500 คัน
31.มหาวิทยาลัยศรีปทุม จำนวน 50 คัน
32.ห้าง MAX VALUE จำนวน 50 คัน
33.ตลาดบองมาเช่ จำนวน 100 คัน
34.ห้างบิ๊กซีวงศ์สว่าง จำนวน 50 คัน
35.โรงเรียนฤทธิยะ สายไหม จำนวน 200 คัน
36.โรงเรียนสายไหม จำนวน 50 คัน
37.โรงเรียนนายเรืออากาศ จำนวน 200 คัน
38.ลานจอดรถบุญถาวร จำนวน 150 คัน
39.ลานจอดรถโลตัส นวมินทร์ จำนวน 80 คัน
40.ถนนคู้บอน (เลียบวงแหวน-แยกคลองสอง) จำนวน 200 คัน
41.ถนนพระยาสุเรนทร์ (แยกคลองสอง-แยกลำกะโหลก) จำนวน 200 คัน
42.ถนนเลียบคลองสอง ตลอดแนว จำนวน 150 คัน
43.ห้าง THE MARKET (ถ.ประชาราษฎร์ สาย ๒) จำนวน 20 คัน
รวมพื้นที่ บก.น. 2  จำนวน 17,069 คัน
44.มหาวิทยาลัยเกษมบัณฑิต จำนวน 1,500 คัน
45.มหาวิทยาลัยมหานคร จำนวน 2,000 คัน
46.มหาวิทยาลัยเทคโนพระจอมเกล้า จำนวน 2,000  คัน
47.สภ.ท่าอากาศสุวรรณภูมิ จำนวน 2,000 คัน
48.ห้างเดอะมอลล์บางกะปิ จำนวน 3,000 คัน
49.ห้างพันทิพย์บางกะปิ จำนวน 300 คัน
50.โรงแรมเดอะมอลล์อินน์ จำนวน 50 คัน
51.ห้างแฟชั่นไอแลนด์ จำนวน 1,500  คัน
52.ห้างเพรียวเพลส จำนวน 300 คัน
53.ห้างอมอรินี่ จำนวน 300  คัน
54.ห้างบิ๊กซ๊ลาดพร้าว จำนวน 2,000 คัน
55.ห้างซีคอนสแควร์ จำนวน 1,000 คัน
56.ห้างพาราไดซ์พาร์ค จำนวน 600 คัน
57.ริมถนนสาย 351 จำนวน 50 คัน
58.ศูนย์อัญมนีเจโมโปลิส จำนวน 200 คัน
59.มหาวิทยาลัยรามคำแหง(บางนา) จำนวน 100 คัน
60.ลานจอดรถบริษัทนัมเบอร์วัน จำนวน 100 คัน
61.การกีฬาแห่งประเทศไทย จำนวน 1,500 คัน
62.ใต้ทางด่วนระหว่างด่วนศรีรัช-มอเตอร์เวย์ จำนวน 300 คัน
63.ลานจอดรถร้าน 13 เหรียญพระรามเก้า จำนวน 300 คัน
รวมพื้นที่จอดรถ บก.น.4 จำนวน 11,600 คัน
64.ห้างฟิวเจอร์ จำนวน 500  คัน
65.ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพระราม 3 จำนวน 900 คัน
66.ห้างบิ๊กซีเอกมัย จำนวน 1,000 คัน
67.ห้างจัสโก้ สุขุมวิท 71 จำนวน 800 คัน
68.ห้างบิ๊กซีราชดำริ จำนวน 250 คัน
69.ห้างเซ็นทรัลชิดลม จำนวน 250 คัน
70.ห้างเซ็นทรัลบางนา จำนวน 780 คัน
71.เอสบีเฟอร์นิเจอร์ บางนา จำนวน  600 คัน
72. ห้างบิ๊กซีพระราม 4  จำนวน  200 คัน
73.ห้างโลตัสพระราม 4 จำนวน 200 คัน
รวมพื้นที่จอดรถ บก.น.5 จำนวน 5,480 คัน
74. ลานจอดรถดิโอลด์สยาม จำนวน 250 คัน
75.อาคารศรีวรจักร์ จำนวน 100 คัน
76.อาคารคลองถมเซ็นเตอร์ จำนวน 100 คัน
77.อาคารจอดรถริเวอร์ซิตี้ จำนวน 200 คัน
78.อาคารจอดรถเท็กซัส จำนวน 100 คัน
79.ห้างเซ็นทรัลเวิลด์ จำนวน 3,000 คัน
80.ห้างมาบุญครอง จำนวน 1,000 คัน
81.ห้างสยามพารากอน จำนวน 3,000 คัน
82.สนามกีฬาแห่งชาติ จำนวน 300 คัน
83.อาคารจอดรถจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จำนวน 1,000 คัน
84.อาคารจอดรถตึกเจมส์ทาวเวอร์ จำนวน 100 คัน
85.โรงแรมมณเฑียร จำนวน 50 คัน
86.อาคารจอดรถโรงเรียนอัสสัมชัญศึกษา จำนวน 50 คัน
87.อาคารจอดรถโรงพยาบาลกรุงเทพคริสเตียน จำนวน 50 คัน
รวมที่จอดรถพื้นที่ บก.น. 6 จำนวน 9,300 คัน
88.ห้างเซ็นทรัลปิ่นเกล้า จำนวน 2,000 คัน
89.ห้างเมเจอร์ปิ่นเกล้า จำนวน 800 คัน
90.ห้างพาต้าปิ่นเกล้า จำนวน 100 คัน
91.ห้างโลตัสปิ่นเกล้า จำนวน 500 คัน
92.ถนนพุทธมณฑลสาย 1 จำนวน 300 คัน
93.สนามหลวงธนบุรี จำนวน 500 คัน
94.อาคารจอดรถ รพ.ยันฮี จำนวน 200 คัน
95.ห้างตั้งฮั่วเส็ง จำนวน 300 คัน
รวมพื้นที่จอดรถ บก.น.7 จำนวน 4,700 คัน
96.โรงเรียนอิสลามวิทยาลัย จำนวน 300 คัน
97.ห้างบิ๊กซีบางปะกอก จำนวน 100 คัน
98.ห้างโลตัสบางปะกอก จำนวน 100 คัน
99.ห้างเดอะมอลล์ท่าพระ จำนวน 100 คัน
100.ห้างบิ๊กซีท่าพระ จำนวน 100 คัน
101.โรงเรียนวัฒนาบริหารธุรกิจ จำนวน 80 คัน
102.สถาบันราชภัฎบ้านสมเด็จ จำนวน 100 คัน
103.ห้างบิ๊กซี จำนวน 100 คัน
104.คู่ขนานถนนราชพฤกษ์ใต้สะพานบางสะแก จำนวน 300 คัน
105.โรงแรมมาริออท จำนวน 100 คัน
รวมพื้นที่จอดรถบก.น. 8 จำนวน 1,380 คัน
106.มหาวิทยาลัยธนบุรี จำนวน 200 คัน
107.มหาวิทยาลัยเอเซีย จำนวน 500 คัน
108.มหาวิทยาลัยสยาม จำนวน 200 คัน
109.ถนนกาญจนาภิเษกช่องคู่ขนานเข้า-ออก จำนวน 10,000 คัน
รวมพื้นที่จอดรถบก.น.9 จำนวน 10,900 คัน
ประชา แถลงแก้หลัง สายไหม-รังสิต อลหม่าน-ศปภ.ขอโทษแล้ว

เวลา 18.30 น. นายวิม รุ่งวัฒนจินดา โฆษกศปภ. แถลงว่า กรณีประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าว อ.สามโคก จ.ปทุมธานี แตก ศปภ.ได้ส่งกำลังทุกหน่วยลงไปช่วยกอบกู้ทำคันกั้นน้ำแล้ว แต่ได้รับรายงานว่าไม่สามารถกู้ได้ ทำให้สถานการณ์ขณะนี้มีน้ำท่วมในหลายพื้นที่ของจ.ปทุมธานีและเข้าท่วมในหลายเขต จึงสมควรเตือนประชาชนในหลายพื้นที่ให้ขนของขึ้นที่สูงและเตรียมพร้อมอพยพภายใน 7 ชม. เนื่องจากจะมีน้ำท่วมสูง 1 เมตร



ด้านนายปลอดประสพ สุรัสวดี หัวหน้าศปภ. กล่าวว่า ขณะนี้ยังพอมีเวลาที่จะให้ประชาชนได้อพยพ ขอร้องว่าอย่าตกใจเพราะเจ้าหนาที่ทำทุกวิถีทางแล้ว แต่สุดความสามารถ ดังนั้นน้ำจะไหลเข้าตอนเหนือของกทม. ขอให้ประชาชนตั้งสติและเข้มแข็งเพื่อความอยู่รอดของทุกคน ดังนั้น พื้นที่ที่จะได้รับผลกระทบคืออ.คลองหลวง มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์รังสิต อ.เชียงรากน้อย เอไอที ลำลูกกา หมู่บ้านไวท์เฮ้าส์ สายไหม และตอนเหนือของถนนรังสิต-ปทุมธานี ดังนั้น หากใครมีบ้าน 2 ชั้นให้เก็บของขึ้นที่สูงและนำรถไปจอดในที่สูง ขอให้เดินทางออกจากบ้านทันที โดยสนามบินดอนเมืองเตรียมรองรับประชาชน ส่วนรถยนต์สามารถนำมาจอดที่รันเวย์สนามบินได้

เมื่อเวลา 19.30 น. พล.ต.อ.ประชา พรหมนอก ผอ.ศปภ. แถลงกรณีปตร.บ้านพร้าวแตก และสั่งอพยพคน ว่า การแถลงดังกล่าวเป็นการเตรียมพร้อมรับสถานการณ์ แต่ขณะนี้รับทราบว่าประตูระบายน้ำบ้านคลองพร้าวได้ซ่อมและสามารถรับสถานการณ์ได้ ดังนั้น จึงไม่จำเป็นต้องตื่นตระหนก

ด้านนายปลอดประสพ กล่าวว่า ยืนยันว่ากทม. ชั้นในปลอดภัย 100 % แต่ที่ประกาศเตือนประชาชนย่านมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และพื้นที่ใกล้เคียงเพื่อให้พร้อมรับมือสถานการณ์ หากจะมีเหตุเลวร้ายสุดคงมีปริมาณน้ำไม่เกิน 1 เมตร และคงไม่เกินพื้นที่บริเวณเกาะเกร็ด จ.นนทบุรี ไม่ถึงขั้นนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากกรณีที่แนวคันกั้นน้ำบริเวณถนนด้านข้างประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าวพังเป็นแนวยาวกว่า 80 เมตร ล่าสุดในวันนี้เจ้าหน้าที่ในท้องที่และเจ้าหน้าที่จากหลายภาคส่วน กำลังใช้ความพยายามในการกั้นกระแสน้ำบริเวณจุดนี้อย่างเต็มกำลัง โดยมีวิศวกรร่วมวางแผนงานการสร้างคันกั้นด้วยแท่งเหล็กตอกเข็มลงไปเพื่อยึดแท่งเหล็กให้แน่นขึ้น ใช้แผ่นเหล็กขนาดใหญ่อัดรองกระแสน้ำอีกชั้นเพื่อชะลอความแรงของน้ำ ซึ่งต้องใช้วิธีการตอกระยะ 5 เมตร เพื่อวัดความแรงและวัดความแข็งแรงของพื้นที่ด้วย สามารถกู้ไปได้แล้วกว่า 50 เมตร ยังคงเหลือช่วงบริเวณรอยต่อจากประตูระบายน้ำคลองบ้านพร้าวที่มีความกว้างประมาณ 30 เมตร ที่เจ้าหน้าที่กำลังจะเร่งกู้เพื่อให้ปริมาณน้ำบริเวณช่องทางน้ำที่พังในจุดนี้ลดความแรงลง

เวลา 20.00 น. ศูนย์ปฎิบัติการช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัย (ศปภ.) เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ศปภ. ระบุว่า

"ขออภัยประชาชนทุกท่านครับ เราขอชี้แจงดังนี้นะครับ การเตรียมรับมือกับอุกทกภัยที่กำลังจะมา เราได้แบ่งเป็น 4 ขั้นตอน คือ

1. เก็บของหนีน้ำ : น้ำที่อาจจะไหลเข้าท่วมไม่ได้มาแบบโครมๆแน่นอนแต่จะค่อยๆไหลเข้ามาใน ดังนั้นเราอยู่ในขั้นนี้นะครับ คือให้เก็บของขึ้นที่สูงเพราะเราไม่อยากให้ทรัพยสินของประชาชนเสียหาย ค่อยๆเก็บนะครับอย่าแตกตื่น
2. เตรียมอพยพ : เมื่อเราแจ้งให้เตรียมอพยพคือจะมีเวลาเก็บของอีก 3 ชั่วโมงก่อนที่น้ำจะไหลเข้าท่วม
3.อพยพ : เมื่อประกาศเตรียมอพยพประชาชนจะได้เดินทางออกจากพื้นที่ไปยังศูนย์พักพิงที่ได้จัดเตรียมไว้ได้ทันท่วงที
4. ยกเลิกอพยพ จะประกาศเมื่อระดับน้ำลดลงเมื่อเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว
ขอให้ประชาชนใจเย็นๆอย่าแตกตื่น ขณะนี้เราอยู่ในขั้นที่ 1 อยู่ครับ"
นิคมไฮเทคสุดต้านน้ำทะลักเข้าแล้ว "กิตติรัตน์"กอดคอร้องไห้นักธุรกิจญี่ปุ่น

เมื่อประมาณ 07.00 น.มีกระแสน้ำเข้านิคมอุตสาหกรรมบ้านหว้า(ไฮเทค) ซึ่งตั้งอยู่ถนนสายเอเซีย-นครสวรรค์ อำเภอบางปะอิน จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ถัดจากนั้นอีก 2 ชั่วโมงน้ำเริ่มรุนแรงมากขึ้น โดยกระแสน้ำได้โอบตีเข้าทางด้านทิศใต้ แต่ยังไม่ทำลายพื้นที่โรงงานสำคัญ ขณะนี้เจ้าหน้าที่ยังระดมกำลังเพื่อเร่งกู้สถานการณ์อุดรอยรั่วทางทิศใต้ ที่มีน้ำรั่วซึมเข้ามามากที่สุด โรงงานบางแห่งได้อพยพคนงาน ซึ่งส่วนใหญ่อาศัยอยู่ในหอพักออกมาแล้ว ทั้งนี้นิคมอุตสาหกรรมไฮเทคมี พื้นที่โครงการประมาณ 2,379 ไร่ มีโรงงาน 143 ราย ส่วนใหญ่เป็นอุตสาหกรรมเครื่องใช้ไฟฟ้า-อิเลคทรอนิคส์ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องมือวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมยางและพลาสติก มูลค่าการลงทุนกว่า 65,000 ล้านบาท และมีแรงงานอีกกว่า 50,000 คน



ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เจ้าหน้าที่ได้ระดมเร่งอุดรอยรั่วทางทิศใต้นิคมฯ ไฮเทค ที่มีน้ำรั่วซึมเข้ามาแต่พยายามหลายทางแล้วไม่สามารถอุดได้ ปริมาณน้ำซึมเพิ่มเข้ามามาก และเจ้าหน้าที่ได้เร่งให้อพยพออกมาจากพื้นที่แล้ว แรงดันน้ำอัดจนแนวกั้นเอาไม่อยู่ แถมคันดินยังเป็นดินโคลนอีก ในนิคมนี้มีหอพักด้วย ยังมีคนอาศัยอยู่ภายในหอพักที่ยังออกมาไม่หมด ซึ่งน้ำไหลเชี่ยวแรงและปริมาณสูง ช่วงเย็นจะมีน้ำไหลจากทางเหนือลงมาเพิ่มอีก

ทั้งนี้นายกิตติรัตน์ ณ ระนอง รองนายกฯ และ รมว.พาณิชย์ ซึ่งเข้าไปตรวจพื้นที่ และได้เข้าไปให้กำลังใจ ผู้บริหารอุตสาหกรรมหลายบริษัท โดยเฉพาะบริษัทชิ้นส่วนรถยนต์ญี่ปุ่น ที่อยู่ในนิคม ซึ่งต่อสู้กับน้ำมาหลายวันแต่ก็สุดแรงต้าน เมื่อเริ่มมีน้ำรั่วซึมเข้าภายใน โดยนายกิตติรัตน์ได้เข้าไปสวมกอดร้องไห้แสดงความเสียใจกับผู้บริหารซึ่งก็ร้องไห้ด้วยเช่นกัน
ดูดวง หมอดู ดวงรายวัน ดูดวงฟรี เนื้อคู่ ไพ่ยิปซี หมอดูแม่นๆ ดูดวงวันเกิด ทำนายรัก ดวงสมพงษ์ ไพ่ทาโรต์ ดวงรายสัปดาห์